เรื่องของการให้อาหารสายยาง ทำตามคำแนะนำของแพทย์การทำตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัดคือหัวใจสำคัญที่สุดของการดูแลผู้ป่วยที่ให้อาหารทางสายยางครับ เพราะรายละเอียดเล็กน้อยในแผนการรักษา (เช่น ชนิดของอาหาร ปริมาณ และเวลา) ถูกออกแบบมาให้เหมาะสมกับสภาพร่างกายและโรคประจำตัวของผู้ป่วยแต่ละท่านโดยเฉพาะ
เพื่อให้คุณดูแลผู้ป่วยได้อย่างมั่นใจและสอดคล้องกับแนวทางทางการแพทย์ นี่คือสรุป "เช็กลิสต์สำคัญ" ที่คุณควรตรวจสอบตามที่แพทย์สั่งครับ
1. ปริมาณและชนิดของอาหาร (Dietary Order)
ความเข้มข้น: แพทย์จะกำหนดว่าต้องใช้พลังงานเท่าไหร่ เช่น 1:1 (1 ซีซี ให้พลังงาน 1 กิโลแคลอรี่) หากผสมน้ำมากไป ผู้ป่วยจะขาดสารอาหาร หากข้นไปจะท้องอืด
จำนวนมื้อ: ปกติจะแบ่งเป็น 4-5 มื้อต่อวัน เพื่อไม่ให้กระเพาะรับภาระหนักเกินไป
ปริมาณต่อมื้อ: เช่น มื้อละ 250 ซีซี หรือ 300 ซีซี ควรจดบันทึกทุกครั้งว่าผู้ป่วยได้รับครบตามที่สั่งหรือไม่
2. การบริหารยาผ่านสายยาง (Medication Administration)
แยกอาหารและยา: หมอมักเน้นย้ำว่าห้ามผสมยาลงในอาหารถุงใหญ่ เพราะยาอาจตกตะกอนหรือทำปฏิกิริยากับอาหาร
เทคนิคการบด: ยาบางตัวห้ามบด (เช่น ยาเคลือบฟิล์ม) ต้องได้รับคำยืนยันจากเภสัชกรหรือแพทย์เท่านั้น
ล้างน้ำตาม (Flush): หลังให้ยาต้องตามด้วยน้ำ 20−30 ml เสมอ เพื่อไม่ให้ยาตกค้างจนสายตัน
3. การเฝ้าระวังตำแหน่งสายยาง (Tube Position)
แพทย์และพยาบาลจะทำเครื่องหมาย (Mark) ไว้ที่สายยางตรงปีกจมูก:
ห้ามเคลื่อนย้าย: หากขีดที่เขียนไว้เลื่อนออกมาเกิน 2-3 นิ้ว ห้ามให้อาหารเด็ดขาด เพราะสายอาจหลุดจากกระเพาะขึ้นมาอยู่ที่หลอดอาหารหรือหลอดลม
การยึดติด: พยาบาลจะแนะนำวิธีการแปะพลาสเตอร์แบบ "ผีเสื้อ" เพื่อลดการดึงรั้งและแผลกดทับ
4. การทำกายภาพและฝึกกลืน (Rehabilitation)
หากเป้าหมายของแพทย์คือการให้ผู้ป่วยกลับมาทานเองได้:
ท่าบริหาร: หมออาจสั่งให้ฝึกเคี้ยวลม หรือฝึกกลืนน้ำลายเพื่อไม่ให้กล้ามเนื้อคอฝ่อ
การทดสอบการกลืน: ห้ามเริ่มให้ผู้ป่วยลองทานอาหารทางปากเองจนกว่าแพทย์จะประเมินผ่าน Swallow Test แล้วเท่านั้น
5. สังเกตอาการผิดปกติ (Warning Signs)
หากพบอาการเหล่านี้ แม้จะทำตามขั้นตอนแล้ว ควรปรึกษาแพทย์ทันที:
ท้องเสีย: ถ่ายเหลวเกิน 3 ครั้งต่อวัน
ท้องอืด: ดูดเช็กอาหารแล้วเหลือค้างสะสมทุกมื้อ
หายใจลำบาก: มีอาการหอบเหนื่อยหลังจากให้อาหาร
💡 เคล็ดลับเสริมสำหรับการเป็นผู้ดูแลที่ดี
การจด "บันทึกการให้อาหารและยา (Feeding Log)" จะช่วยให้แพทย์ปรับแผนการรักษาได้แม่นยำขึ้นครับ เช่น จดปริมาณอาหารที่ให้ น้ำเปล่าที่ดื่ม และลักษณะการขับถ่ายในแต่ละวัน