แสดงกระทู้

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Messages - siritidaphon

หน้า: [1] 2 3 ... 28
1
วัคซีนเข็มกระตุ้นเพื่อป้องกัน Covid-19 และข้อมูลที่ควรรู้

หลังจากที่ประเทศไทยเริ่มฉีดวัคซีนโควิด-19 และทยอยอนุมัติการนำเข้าวัคซีนทางเลือกเข้ามาแล้ว หลายคนอาจเกิดข้อสงสัยเกี่ยวกับการฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้น ทั้งในแง่ของความสำคัญ ระยะห่างของการฉีดแต่ละเข็ม และความปลอดภัยในการฉีด

กระทรวงสาธารณสุขของประเทศไทยได้ระบุว่า ผู้ที่ฉีดวัคซีนโควิด-19 เชื้อตาย อย่างวัคซีนซิโนแวคหรือวัคซีนซิโนฟาร์มครบ 2 เข็มแล้ว ควรเว้นระยะห่างการฉีดเข็มกระตุ้นเป็นเวลา 4 สัปดาห์ ใขณะที่ผู้ที่ฉีดวัคซีนสูตรไขว้ระหว่างวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้าหรือไฟเซอร์ร่วมกับซิโนแวคหรือซิโนฟาร์ม และผู้ที่ฉีดวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้าครบ 2 เข็มแล้ว ควรเว้นระยะห่างการฉีดเข็มกระตุ้นเป็นเวลา 3 เดือน

ส่วนผู้ที่ฉีดวัคซีนไฟเซอร์ วัคซีนโมเดอร์นา หรือสูตรไขว้แบบวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้ากับไฟเซอร์ครบ 2 เข็มแล้ว ควรเว้นระยะห่างการฉีดเข็มกระตุ้นเป็นเวลา 6 เดือน มาดูกันว่าการฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้นนั้นสำคัญอย่างไร และวัคซีนโควิด-19 ที่ปลอดภัยต่อการกระตุ้นภูมิคุ้มมีอะไรบ้าง


ทำไมจึงต้องฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้น ?

โดยทั่วไปแล้ว วัคซีนต้านไวรัสชนิดต่าง ๆ จะมีประสิทธิภาพในการป้องกันลดลงเรื่อย ๆ ตามระยะเวลา การฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้นจะช่วยให้ร่างกายฟื้นฟูการต้านเชื้อไวรัสได้อย่างเต็มประสิทธิภาพหลังการฉีดวัคซีนครบแล้วทั้ง 2 เข็ม ซึ่งระยะห่างของการฉีดวัคซีนโควิด-19 เข็ม 2 และการรับวัคซีนเข็มกระตุ้นจะแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับชนิดของวัคซีนที่ได้รับในแต่ละบุคคล

โดยผู้ที่จำเป็นต้องรับการฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้น ได้แก่ ผู้สูงอายุ ผู้ที่ภูมิคุ้มกันในร่างกายไม่ตอบสนองต่อการทำงานของวัคซีนได้มากเท่าที่ควร ผู้ที่ภูมิคุ้มกันจากการฉีดวัคซีนเข็มก่อนลดลงแล้ว ผู้ที่อยู่ในพื้นที่ที่มีการระบาดของไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์เดลต้า (Delta) และไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์โอมิครอน (Omicron) ผู้ที่มีความเสี่ยงสูงต่อการติดเชื้อโควิด-19 ผู้ที่ป่วยด้วยโรคประจำตัวที่อาจมีอาการรุนแรงเมื่อติดเชื้อโควิด-19 และผู้ที่อยู่ในสถานพยาบาลหรือมีผู้ป่วยติดเตียงอยู่ภายในบ้าน


การฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้นสำหรับวัคซีนแต่ละยี่ห้อ

เนื่องจากในปัจจุบัน วัคซีนโควิด-19 ที่ใช้ในประเทศไทยนั้นมีอยู่หลายยี่ห้อ หลายคนอาจสับสนถึงชนิดของวัคซีนเข็มกระตุ้นที่เหมาะสมต่อหลังจากร่างกายได้รับวัคซีนครบทั้ง 2 เข็มแล้ว ซึ่งรายละเอียดของวัคซีนเข็มกระตุ้นสำหรับวัคซีนแต่ละยี่ห้อ มีดังนี้

    ผู้ที่รับวัคซีนซิโนแวคหรือซิโนฟาร์ม ซึ่งเป็นวัคซีนเชื้อตายครบแล้วทั้ง 2 เข็ม สามารถรับวัคซีนเข็มกระตุ้นเป็นวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า หรือวัคซีนชนิด mRNA อย่างวัคซีนโมเดอร์นาและไฟเซอร์
    ผู้ที่รับวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้าครบแล้วทั้ง 2 เข็ม สามารถรับวัคซีนเข็มกระตุ้นเป็นวัคซีนชนิด mRNA หรือวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า
    ผู้ที่รับวัคซีนโมเดอร์นาหรือวัคซีนไฟเซอร์ครบแล้วทั้ง 2 เข็ม สามารถรับวัคซีนเข็มกระตุ้นเป็นยี่ห้อเดิมหรือสลับยี่ห้อตามกำหนด
    ผู้ที่รับวัคซีนสูตรไขว้ ครบแล้วทั้ง 2 เข็ม โดยวัคซีนเชื้อตายเป็นเข็มที่ 1 และวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้าเข็มที่ 2 จะได้รับวัคซีนไฟเซอร์เป็นเข็มที่ 3 ตามประกาศของกระทรวงสาธารณสุข

ในกรณีที่ไม่เคยได้รับวัคซีนมาก่อนและผู้ที่ได้รับวัคซีนมาแล้ว 1 เข็ม ให้ติดตามประกาศจากกระทรวงสาธารณสุขเกี่ยวกับชนิดของวัคซีนและระยะเวลาที่จะได้รับวัคซีนเข็มกระตุ้นต่อไป


ผลข้างเคียงจากการฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้น

หลังฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้นเพื่อป้องกันโควิด-19 แล้ว อาจมีอาการข้างเคียงต่าง ๆ เกิดขึ้นชั่วคราว อาทิ รู้สึกปวด บวม หรือเป็นรอยแดงในบริเวณที่ฉีด รวมทั้งอาจปวดหัว รู้สึกอ่อนเพลีย ต่อมน้ำเหลืองบวม หนาวสั่น มีไข้ ปวดตามกล้ามเนื้อหรือคลื่นไส้เป็นเวลา 1–2 วัน

แต่หากหลังจากฉีด 24 ชั่วโมงแล้วรอยแดงในบริเวณที่ฉีดรุนแรงขึ้น อาการที่เกิดขึ้นหลังการฉีดรุนแรงจนน่าเป็นห่วง หรือมีอาการแพ้ยา ผู้รับการฉีดวัคซีนกระตุ้นควรไปพบแพทย์ทันทีเพื่อความปลอดภัย

แม้จะรับการฉีดวัคซีนกระตุ้นเพื่อป้องกันการติดเชื้อโควิด-19 แล้ว เราทุกคนก็ยังต้องป้องกันการติดเชื้อด้วยวิธีอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นการสวมหน้ากากอนามัยเมื่ออยู่ในพื้นที่สาธารณะ หลีกเลี่ยงการสัมผัสปาก จมูก หรือบริเวณอื่น ๆ บนใบหน้า ปิดปากและจมูกทุกครั้งเมื่อไอหรือจาม ล้างมือด้วยสบู่และน้ำเปล่าหรือเจลแอลกอฮอล์ เว้นระยะห่างทางสังคม และหากอยู่ในห้อง ควรเปิดหน้าต่างเพื่อให้สามารถระบายอากาศภายในห้องได้มากที่สุด

2
โพสประกาศขายฟรี / tokyo motor show: Suzuki ยกทัพทั้ง Big Bike และ Small Bike
« เมื่อ: วันที่ 3 เมษายน 2025, 17:04:03 น. »
tokyo motor show: Suzuki ยกทัพทั้ง Big Bike และ Small Bike

บริษัท ซูซูกิ โมโตเซลส์ คอร์ปอเรชั่น (ประเทศไทย) จำกัด ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายรถจักรยานยนต์ซูซูกิในประเทศไทย ยกทัพรถจักรยานยนต์ซูซูกิทั้งขนาดใหญ่ (Big Bike) และขนาดเล็ก (Small Bike) มาจัดแสดงอย่างยิ่งใหญ่ในงาน Motor Show 2025 ในปีนี้ บูธรถจักรยานยนต์ซูซูกิ มาพร้อมกับคอนเซ็ปต์สุดพิเศษที่สะท้อนถึงจิตวิญญาณของนักเดินทาง “เพราะทุกเส้นทาง...คือแรงบันดาลใจ” เราอยากให้ผู้ขับขี่ได้สัมผัสประสบการณ์ที่มากกว่าการเดินทาง แต่เป็นการออกไปค้นพบตัวเอง ท้าทายขีดจำกัด และเติมเต็มทุกเป้าหมายที่ฝันไว้ ซูซูกิมาพร้อมรถจักรยานยนต์รุ่นไฮไลต์ เทคโนโลยีล้ำสมัย การออกแบบที่โฉบเฉี่ยว แล้วมาร่วมออกเดินทางไปด้วยกัน!

บริษัท ซูซูกิ โมโตเซลส์ คอร์ปอเรชั่น (ประเทศไทย) จำกัด ยกเทคโนโลยีแห่งอนาคตสู่ Motor Show 2025 ด้วยไฮไลต์สุดพิเศษอย่าง Suzuki Carbon Neutral Challenge หรือ Suzuki CN Challenge รถจักรยานยนต์ที่สะท้อนถึงความมุ่งมั่นสู่อนาคตที่ยั่งยืน ผสานสมรรถนะระดับสนามแข่งเข้ากับแนวคิดที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม หนึ่งในดาวเด่นของบูธปีนี้คือ Suzuki Carbon Neutral Challenge หรือ Suzuki CN Challenge ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากโรงงาน และถูกพัฒนาให้พร้อมลุยในคลาส Experimental ภายใต้ชื่อ Team Suzuki CN Challenge x Yoshimura SERT รถคันนี้ขับเคลื่อนด้วยเชื้อเพลิง ELF Moto R40 FIM ซึ่งเป็นเชื้อเพลิงชีวภาพที่ยั่งยืนถึง 40% ไม่เพียงแต่เป็นรถที่ทรงพลังและพร้อมลุยสนามแข่ง แต่ยังช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในทุกกระบวนการ ตอกย้ำแนวทางของซูซูกิในการพัฒนาเทคโนโลยีที่ตอบโจทย์ทั้งสมรรถนะและความยั่งยืน

สำหรับสายลุยที่ต้องการออกสำรวจโลกกว้าง Suzuki V-Strom 1050DE มาพร้อมลวดลายสุดพิเศษ และ อุปกรณ์ตกแต่งแท้จาก Touratech Germany ที่ถูกออกแบบมาเพื่อเพิ่มความแกร่งและความสามารถในการขับขี่ทุกสภาพถนน ไม่ว่าจะเป็นทางเรียบหรือทางฝุ่น รถคันนี้พร้อมพาคุณออกไปท้าทายทุกเส้นทางแบบไร้ขีดจำกัด
ไฮไลต์สำคัญของอุปกรณ์ตกแต่งพิเศษประกอบด้วย :
กระเป๋า Dry Bag Packtasche Rack-Pack 50 กันน้ำ
กระเป๋าข้างมอเตอร์ไซค์ Saddle Bags EXTREME Edition
กระเป๋าติดแฮนด์บาร์ Handlebar bag Travel
กระจกมองหลังแบบ Safety rear-view mirror ข้างขวา
กระจกมองหลังพับได้ Adventure folding M10x1.25
สายรัด Rokstraps STRAP II™ ปรับขนาดได้
ชุดอะแดปเตอร์กระจกมองหลัง
เพื่อเพิ่มเตรียมออกเดินทางและสัมผัสประสบการณ์ใหม่ที่ไม่มีขอบเขตไปกับ Suzuki  V-Strom 1050DE

ความสำเร็จของ Suzuki Burgman Series สะท้อนถึงความเป็นผู้นำด้าน Premium Big Scooter โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับ Suzuki Burgman 400 ที่ได้รับความนิยมมาอย่างต่อเนื่อง ด้วยสมรรถนะที่เหนือระดับ ผสานเข้ากับดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์ พิเศษในงานได้ตกแต่งด้วย
ชุดไฟสปอร์ตไลท์
ชุดกันล้มหน้า
ชิวหน้า GIVI
กระจกมองข้าง Touratech
กล่องสัมภาระข้าง GIVI
กล่องสัมภาระหลัง GIVI
ที่พักเท้า Marshal
ท่อไอเสีย MIVV

Suzuki Hayabusa – สุดยอดแห่งตำนานสปอร์ตไบค์ อีกหนึ่งตำนานที่ยิ่งใหญ่ตลอดกาลกับ Suzuki Hayabusa หรือที่รู้จักกันในฉายา “เจ้าพญาเหยี่ยว” สปอร์ตไบค์ระดับท็อปคลาสที่ได้รับการขนานนามว่าเป็นที่สุดแห่งความเร็วและความสมบูรณ์แบบ เจเนอเรชันใหม่ปี 2025 นี้ Hayabusa มาพร้อมขุมพลัง เครื่องยนต์ 1,340 ซีซี ที่มอบแรงบิดดุดัน พร้อมด้วยเทคโนโลยีการควบคุมที่แม่นยำ และดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์ พิเศษ! พบกับ 3 สีใหม่สุดเร้าใจ ที่ยกระดับความหรูหราและดุดันให้เหนือชั้นกว่าเดิม

บริษัท ซูซูกิ โมโตเซลส์ คอร์ปอเรชั่น (ประเทศไทย) จำกัด พร้อมเดินหน้าขยายเครือข่ายบริการทั่วประเทศ ขอขอบพระคุณลูกค้าซูซูกิทุก ๆ ท่าน ที่ให้ความสนใจและสนับสนุนบริษัทฯ อย่างดีเสมอมา โดยบริษัทฯ มุ่งเน้นการนำเข้าผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ และรักษามาตรฐานการผลิต ความทนทานในผลิตภัณฑ์ ทางบริษัทฯ ยังคงเน้นย้ำด้านการขยายตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศไทย และด้านการบริการหลังการขาย ด้วยการเพิ่มจุดบริการ Suzuki Service Point หรือ SSP โดยในปัจจุบัน มีจำนวน 500 กว่าสาขา และ ตัวแทนจำหน่ายรถจักรยานยนต์ซูซูกิ แบ่งเป็น รถจักรยานยนต์ขนาดใหญ่ (Showroom Bigbike) จำนวน 6 สาขา และ ตัวแทนจำหน่ายรถจักรยานยนต์ขนาดเล็ก (Showroom Small Bike) จำนวน 200 กว่าสาขาทั่วประเทศ และเร่งขยายสาขาเพิ่มเติมในแต่ละภูมิภาคเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้าทั่วประเทศ ทางบริษัทฯ หวังอย่างยิ่งว่าจะได้รับการสนับสนุนจากทุกท่านเป็นอย่างดีเหมือนเช่นที่ผ่านมา

3
จัดฟันบางนา: ระวัง ! ดูแลช่องปากผู้สูงอายุไม่ดี เสี่ยงโรคร้าย

เชื่อว่าหลายต่อหลายคนคงทราบกันดีเป็นอย่างยิ่งว่า ฟันแท้ตามธรรมชาติ ในคนเราจะมีเพียงแค่ชุดเดียวตลอดชีวิต จึงจำเป็นที่จะต้องรักษาไว้ให้ดีที่สุด

แต่ก็มีหลายคนมองว่าฟันจะเสื่อมสภาพไปตามอายุ ทำให้ยิ่งอายุมากขึ้นการดุแลช่องปากเริ่มน้อยลง ซึ่งเป็นวิธีที่ผิดอย่างมาก เพราะยิ่งเราอายุมากขึ้น เราจำเป็นที่จะต้องดูแลสุขภาพให้ดียิ่งขึ้นไปอีก เพราะ ในวัยผู้ใหญ่จะเริ่มมีปัญหาสุขภาพช่องปากได้ง่ายหากไม่ดูแลใส่ใจ และที่สำคัญหลายงานวิจัยได้ตีพิมพ์ออกมาแล้วด้วยว่า โรคเกี่ยวกับช่องปาก ส่งผลต่อโรคร้ายมากมายในร่างกาย เพราะเหตุนี้เอง ควรดูแลสุขภาพของผู้สูงอายุให้ดี ๆนั่นเอง

โดยในวันนี้จะขอนำข้อมูลเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพช่องปากในผู้สูงอายุมาบอกเล่ากัน เพื่อให้ทุกท่านได้ดูแลผู้ใหญ่ในบ้าน และระวังโรคร้ายต่าง ๆที่อาจเกิดขึ้นได้จากโรคต่าง ๆในช่องปากเป็นต้นเหตุ ดังต่อไปนี้

ผู้สูงอายุควรดูแลสุขภาพช่องปาก ป้องกันโรคร้ายอย่างไร ?

– อาการฟันผุบริเวณรากฟัน

การเกิดฟันผุบริเวณรากฟัน ถือได้ว่าเป็นหนึ่งในโรคที่พบมากที่สุดในผู้สูงอายุ ซึ่งวิธีป้องกันโรคนี้ที่ถูกต้องคงจะหนีไม่พ้นการแปรงฟันที่ถูกวิธีอย่างเป็นประจำด้วยยาสีฟันฟลูออไรด์ การใช้ไหมขัดฟันกำจัดเศษอาหารที่ตกค้างหลังจากที่แปรงฟัน และการตรวจเช็คสุขภาพฟันเป็นประจำทุก 6 เดือนก็ถือได้ว่าเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งด้วยเช่นกัน

– เสียวฟัน

เมื่อคุณมีอายุมากขึ้น อาการเสียวฟันก็มักจะเกิดได้ง่ายขึ้นตามมาด้วยเนื่องจากว่า เหงือกของคุณจะค่อยๆร่นไปเองตามธรรมชาติ ทำให้ส่วนที่ไม่มีเคลือบฟันโผล่ออกมามากขึ้น ซึ่งส่วนบริเวณเหล่านี้นี่เองจะมีความบอบบางสามารถปวดได้ง่าย เมื่อรับประทานของที่มีความร้อน และอาการเสียวฟันก็สามารถเกิดขึ้นได้ง่ายเมื่อบริโภคหรือรับประทานอะไรที่มีความเย็น หากว่าผู้สูงอายุเริ่มมีอาการเสียวฟันในขณะรับประทาน ควรรีบเปลี่ยนมาใช้ยาสีฟันแบบลดอาการเสียวฟัน หากว่าใช้ไปซักระยะแล้วอาการเสียวฟันยังไม่ลดลงควรรีบเข้าปรึกษาทันตแพทย์ก่อนที่จะกลายเป็นโรคในช่องปากที่ร้ายแรงต่อไป

– ปากแห้ง

อาการปากแห้งนั้น ก็เป็นหนึ่งในอันดับต้นๆที่พบในผู้สูงอายุส่วนใหญ่ เนื่องจากผู้สูงอายุเริ่มมียาที่จะต้องรับประทานเป็นประจำ หรือมีอาการป่วยบางอย่างร่วมด้วย ซึ่งอาการปากแห้งหรือคอแห้งนั้นสามารถทำลายสุขภาพฟันได้หากไม่รีบทำการรักษา

ซึ่งหากพอรู้ว่าตนเองเป็นอาการปากแห้งหรือคอแห้ง ให้รีบทำการปรึกษาทันตแพทย์ เพื่อให้ทางด้านทันตแพทย์วินิจฉัย และควบคุมการรับประทานยา รวมถึงรักษาทางด้านทันตกรรม เพื่อป้องกันปัญหาเกี่ยวกับช่องปากอื่น ๆที่จะตามมา

– ปัญหาสุขภาพ

โรคต่าง ๆที่มักพบได้ในผู้สูงอายุเช่น โรคเบาหวาน โรคหัวใจ และ โรคมะเร็ง สามารถส่งผลกระทบต่อช่องปากและฟันได้ ทุกครั้งที่เข้าพบทันตแพทย์ควรแจ้งว่ากำลังเป็นโรคเหล่านี้ด้วย เพื่อให้ทางด้านทันตแพทย์มองภาพโดยกว้างออก และรู้ว่าจะ รักษาดูแล หรือป้องกันอย่างไร ในด้านของทันตกรรม

– ใส่ฟันปลอม

การใส่ฟันปลอมถือว่าเป็นหนึ่งในวิธีที่สะดวกต่อการใช้ชีวิตมาก ๆสำหรับผู้สูงอายุ แต่การใส่ฟันปลอมนั้นจะต้องหมั่นดูแลเรื่องความสะอาดเป็นพิเศษ ต้องนำออกมาล้างหรือทำความสะอาดทุกครั้งเมื่อรับประทานอาหารเสร็จ เพราะไม่งั้นอาจจะเกิดโรคต่าง ๆในช่องปากได้

ที่สำคัญคือเมื่อเกิดปัญหาอะไรขึ้นควรเข้าพบทันตแพทย์อย่าปล่อยทิ้งไว้ และควรให้ทันตแพทย์ตรวจฟันปลอมทุกปีเป็นอย่างน้อย

– โรคเหงือก

ต้องบอกก่อนเลยว่าโรคเหงือกนั้นสามารถพบได้ทุกเพศทุกวัย แต่ที่พบบ่อยที่สุดจะอยู่ในช่วงอายุประมาณ 40 ปีขึ้นไป โดยสาเหตุที่ทำให้โรคเหงือกมีความรุยแรงเพิ่มมากขึ้นคือ อาหารไม่ถูกสุขลักษณะ , ช่องปากขาดความสะอาด , โรคประจำตัวต่าง ๆ , ความเครียด , การสูบบุหรี่ และ ยาโรคประจำตัวบางชนิด

ซึ่งโรคเหงือกในระยะเริ่มต้นนั้นไม่ได้น่ากลัว สามารถรักษาให้หายได้อย่างง่ายดายหากรีบมาพบทันตแพทย์ จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่คุณจะต้องสำรวจเหงือกของตนเอง หมั่นตรวจสุขภาพช่องปากเป็นประจำ และสิ่งที่ดีที่สุดในการป้องกันโรคเหงือกนั่นก็คือ การดูแลรักษาสุขภาพช่องปากให้ถูกวิธี

และทั้งหมดนี้ที่กล่าวมาก็คือโรคต่าง ๆในช่องปากที่มักจะพบได้ในช่วงวัยผู้ใหญ่จนถึงวัยสูงอายุ รวมถึงแนวทางป้องกันเบื้องต้น แต่ตามหลักความเป็นจริงแล้ว ควรดูแลสุขภาพช่องปากให้สะอาดอยู่เสมอ และเข้าพบทันตแพทย์เป็นประจำทุก 6 เดือนก็สามารถป้องกันโรคเหล่านี้ได้นั่นเอง

4
การใช้งานท่อลมร้อนให้มีประสิทธิภาพและปลอดภัย

การใช้งานท่อลมร้อนให้มีประสิทธิภาพและปลอดภัยนั้น ต้องคำนึงถึงปัจจัยหลายประการ ดังนี้:

1. การเลือกท่อลมร้อนที่เหมาะสม

ประเภทของท่อลม:
เลือกประเภทของท่อลมให้เหมาะสมกับลักษณะการใช้งาน เช่น ท่อลมโลหะสำหรับงานอุตสาหกรรมหนัก, ท่อลมผ้าใบสำหรับงานระบายอากาศทั่วไป, หรือท่อลม PVC สำหรับงานดูดฝุ่น
พิจารณาคุณสมบัติของวัสดุที่ใช้ทำท่อลม เช่น ความทนทานต่ออุณหภูมิ, แรงดัน, และสารเคมี

ขนาดของท่อลม:
เลือกขนาดท่อลมให้เหมาะสมกับปริมาณลมที่ต้องการระบาย หากท่อลมเล็กเกินไป จะทำให้การไหลของอากาศไม่สะดวก และสิ้นเปลืองพลังงาน

การติดตั้ง:
ติดตั้งท่อลมให้ถูกต้องตามคำแนะนำของผู้ผลิต เพื่อป้องกันการรั่วซึมและลดการสูญเสียพลังงาน
ติดตั้งฉนวนกันความร้อน (ถ้าจำเป็น) เพื่อลดการสูญเสียความร้อน และป้องกันอันตรายจากความร้อน

2. การบำรุงรักษาอย่างสม่ำเสมอ

การตรวจสอบ:
ตรวจสอบท่อลมเป็นประจำ เพื่อหารอยรั่ว รอยแตก หรือรอยชำรุด
ตรวจสอบรอยต่อของท่อลม และข้อต่อต่างๆ ว่ามีการเชื่อมต่อกันอย่างสนิทหรือไม่
การทำความสะอาด:
ทำความสะอาดท่อลมอย่างสม่ำเสมอ เพื่อป้องกันการสะสมของฝุ่นละอองและสิ่งสกปรก ซึ่งอาจทำให้การไหลของอากาศไม่สะดวก
ทำความสะอาดพัดลมดูดอากาศ เพื่อให้พัดลมทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

การซ่อมแซม:
ซ่อมแซมรอยรั่วหรือรอยชำรุดทันที เพื่อป้องกันการสูญเสียพลังงาน และรักษาประสิทธิภาพของระบบ
การตรวจสอบอุปกรณ์ควบคุม: ตรวจสอบและปรับแต่งอุปกรณ์ควบคุมเช่นเซ็นเซอร์วัดอุณหภูมิ หรือเซ็นเซอร์ตรวจจับสารเคมี

3. ข้อควรระวังด้านความปลอดภัย

การป้องกันอัคคีภัย:
เลือกใช้วัสดุที่ไม่ติดไฟ หรือมีคุณสมบัติในการป้องกันไฟไหม้
ติดตั้งระบบดับเพลิงในบริเวณที่ติดตั้งท่อลมร้อน

การป้องกันอันตรายจากความร้อน:
ติดตั้งฉนวนกันความร้อน เพื่อป้องกันการสัมผัสท่อลมร้อนโดยตรง
ติดป้ายเตือนบริเวณท่อลมร้อน

การป้องกันอันตรายจากสารเคมี:
เลือกใช้วัสดุที่ทนทานต่อสารเคมีที่ใช้ในกระบวนการผลิต
ติดตั้งระบบดูดอากาศ เพื่อระบายสารเคมีอันตรายออกจากพื้นที่ทำงาน

การระบายอากาศ:
ทำงานในพื้นที่ที่มีการระบายอากาศที่ดี เพื่อลดการสูดดมฝุ่นใยหิน

4. มาตรฐานและความปลอดภัย
มาตรฐาน:
ติดตั้งท่อลมร้อนตามมาตรฐานความปลอดภัยที่เกี่ยวข้อง เช่น มาตรฐาน ASTM, EN, SMACNA, ASHRAE, UL, หรือ NFPA
ตรวจสอบให้แน่ใจว่าระบบระบายอากาศเป็นไปตามข้อกำหนดของกฎหมาย

การบำรุงรักษา:
ควรมีการบำรุงรักษาระบบระบายอากาศอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้ระบบทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ควรตรวจสอบและทำความสะอาดท่อลม พัดลม และอุปกรณ์ควบคุมเป็นประจำ
การปฏิบัติตามข้อควรพิจารณาเหล่านี้ จะช่วยให้การใช้งานท่อลมร้อนมีประสิทธิภาพและปลอดภัยมากยิ่งขึ้น

5
Doctor At Home: โรคลมร้อน (Heat stroke) โรคลมร้อน (โรคลมแดด ฮีตสโตรก ก็เรียก)

เป็นภาวะการเจ็บป่วยฉุกเฉินร้ายแรงชนิดหนึ่ง ซึ่งเกิดขึ้นเนื่องจากร่างกายสูญเสียกลไกปรับอุณหภูมิ* ไม่สามารถกำจัดความร้อน เป็นเหตุให้มีการสะสมความร้อนภายในร่างกายสูงมากจนส่งผลให้อวัยวะต่าง ๆ ทำหน้าที่ผิดปกติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสมอง หัวใจ ตับและไต ซึ่งอาจมีอันตรายถึงเสียชีวิต มักเกิดขึ้นเมื่อร่างกายเผชิญกับคลื่นความร้อน (ซึ่งเกิดขึ้นในฤดูร้อน) หรือออกกำลังกายหรือทำกิจกรรมท่ามกลางอากาศร้อนจัดเป็นเวลานาน

โรคนี้พบได้ในคนทุกวัย แต่กลุ่มที่มีความเสี่ยงสูง ได้แก่ ทารก เด็กเล็ก (อายุต่ำกว่า 5 ปี) ผู้สูงอายุ (โดยเฉพาะอย่างยิ่งอายุมากกว่า 65 ปี) คนอ้วน ผู้ที่มีโรคเรื้อรัง (เช่น โรคหัวใจ โรคปอดเรื้อรัง โรคไตเรื้อรัง เบาหวาน ความดันโลหิตสูง ภาวะต่อมไทรอยด์ทำงานเกิน โรคหลอดเลือดสมอง พาร์กินสัน เป็นต้น) ผู้ที่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำหรือโรคพิษสุราเรื้อรัง ผู้ที่นอนหลับพักผ่อนไม่เพียงพอ หรือขาดการออกกำลังกาย

นอกจากนี้ ผู้ที่กินยาบางชนิดที่ขัดขวางกลไกการกำจัดความร้อนออกจากร่างกาย (เช่น ยารักษาโรคจิตประสาท ยาแก้แพ้ ยาที่ออกฤทธิ์แอนติโคลิเนอร์จิก ยาขับปัสสาวะ ยาลดความดันกลุ่มปิดกั้นบีตา เป็นต้น) ผู้ที่เสพยา (โคเคน แอมเฟตามีน) ก็มีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคนี้มากขึ้น

*ร่างกายของคนเราจะปรับอุณหภูมิให้อยู่ประมาณ 37 องศาเซลเซียส (98.6 องศาฟาเรนไฮต์) อยู่ตลอดเวลา ถ้าร่างกายมีการสะสมความร้อนมาก (เช่น การเผาผลาญอาหาร การเคลื่อนไหวกล้ามเนื้อร่างกาย) ก็จะกำจัดความร้อนออกจากร่างกายโดยการแผ่รังสี (ความร้อนจะกระจายออกจากร่างกายที่ร้อนกว่าไปยังอากาศภายนอกที่เย็นกว่า แต่ถ้าอากาศภายนอกร้อนเกิน 35 องศาเซลเซียส หรือร้อนกว่าร่างกาย ร่างกายก็ไม่สามารถแผ่รังสีความร้อนออกไปข้างนอก) และระบายออกทางเหงื่อ (จะเกิดขึ้นเมื่ออากาศภายนอกร้อนกว่าร่างกาย หรือขณะออกกำลังกาย แต่ถ้าอากาศภายนอกมีความชื้นสูง ก็จะทำให้การระบายความร้อนออกทางเหงื่อด้อยประสิทธิผลลงไป) ดังนั้นการกำจัดความร้อนของร่างกายจะเป็นไปได้ยากเมื่ออยู่ในอากาศที่ร้อนและชื้น

สาเหตุ

1. เกิดจากการเผชิญกับอากาศร้อน เช่น การเกิดคลื่นความร้อน (คือ อุณหภูมิสูงผิดปกติอยู่เป็นเวลาหลายวันหรือเป็นสัปดาห์*) อาจทำให้เกิดโรคลมร้อนหรือฮีตสโตรกในผู้สูงอายุ หรือผู้ที่ร่างกายอ่อนแอจากภาวะการเจ็บป่วยซึ่งอยู่ในห้องที่ไม่มีเครื่องปรับอากาศหรือการถ่ายเทอากาศไม่ดี

2. เกิดจากการออกกำลังกายหรือทำงานใช้แรงกายอย่างหนักท่ามกลางอากาศร้อนและชื้น ในที่กลางแดด หรือในห้องที่ร้อนและปิดมิดชิด ร่างกายจะสร้างความร้อนมากเกินกว่าที่สามารถกำจัดออกไปได้ มักพบในนักกีฬา นักวิ่งมาราธอน นักปั่นจักรยานทางไกล นักขับรถแข่ง ทหาร (ที่ฝึกอยู่กลางแดด) คนงานก่อสร้าง เกษตรกร คนเร่ร่อน ผู้ป่วยกลุ่มนี้มักมีอายุไม่มาก

3. ในเด็กเล็กที่ติดอยู่ในรถยนต์ที่ปิดประตูหน้าต่างอยู่กลางแดดเปรี้ยง ก็อาจได้รับอันตรายจากความร้อนร่วมกับภาวะขาดอากาศหายใจ

สาเหตุเหล่านี้ทำให้ร่างกายไม่สามารถกำจัดความร้อน (โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่ใส่เสื้อผ้าที่หนา รัดรูป หรือไม่สามารถระบายความร้อนได้ ร่างกายมีภาวะขาดน้ำ หรือดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ซึ่งมีผลส่งเสริมให้ร่างกายสูญเสียกลไกปรับอุณหภูมิมากยิ่งขึ้น) ทำให้มีอุณหภูมิแกน (core temperature โดยการวัดทางทวารหนัก) ขึ้นสูงมากกว่า 40 องศาเซลเซียสขึ้นไป ความร้อนจะทำให้อวัยวะต่าง ๆ ถูกทำลายจนทำหน้าที่ผิดปกติไป และเกิดปฏิกิริยาการอักเสบของร่างกาย ก่อให้เกิดอาการเจ็บป่วยรุนแรง

*คลื่นความร้อน (heat waves) คือปรากฏการณ์ที่เกิดจากอากาศร้อนจัดสะสมอยู่บริเวณใดบริเวณหนึ่งในแผ่นดิน หรือพัดพามากับกระแสลมแรงจากทะเลทราย เกิดเป็นคลื่นความร้อน ทำให้เกิดความแปรปรวนของความร้อนในอากาศ อุณหภูมิสูงผิดปกติอยู่เป็นเวลาหลายวันหรือเป็นสัปดาห์

ดัชนีค่าความร้อนขึ้นอยู่กับกฎเกณฑ์ของแต่ละประเทศและแต่ละภูมิภาค สำหรับประเทศไทยกำหนดเกณฑ์ว่า อากาศร้อนมีอุณหภูมิระหว่าง 35-39.9 องศาเซลเซียส และอากาศร้อนจัดมีอุณหภูมิตั้งแต่ 40 องศาเซลเซียสขึ้นไป

องค์การอนามัยโลก รายงานว่า ระหว่างปี 2541-2560 ทั่วโลกมีผู้ที่เสียชีวิตจากโรคลมร้อนจากคลื่นความร้อนมากกว่า 166,000 ราย (ซึ่งพบในประเทศในแถบยุโรป สหรัฐอเมริกา และอินเดียเป็นส่วนใหญ่) เฉพาะในปี 2546 คลื่นความร้อนที่เกิดขึ้นในประเทศทางยุโรป ทำให้มีผู้ที่เสียชีวิตจากโรคนี้กว่า 70,000 ราย

จากรายงานของกองระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค ตั้งแต่ปี 2558-2562 พบผู้เสียชีวิตจากภาวะอากาศร้อนทุกปี (ระหว่างเดือนมีนาคมถึงพฤษภาคม) จำนวน 56, 60, 24 ,18 และ 57 รายตามลำดับ

อาการ

ผู้ป่วยจะมีอาการไข้สูงจัด ร่วมกับอาการทางสมอง (เช่น เดินเซ สับสน พฤติกรรมแปลก ๆ ประสาทหลอน เพ้อคลั่ง ชัก หมดสติ) และมีประวัติเผชิญคลื่นความร้อน ออกกำลังหรือใช้แรงกายในที่ที่อากาศร้อน หรือติดอยู่ในรถยนต์ที่จอดอยู่กลางแดดร้อนนาน ๆ

ก่อนมีอาการทางสมองนับเป็นนาที ๆ ถึงชั่วโมง ๆ ผู้ป่วยมักมีอาการอื่น ๆ นำมาก่อน เช่น อ่อนเพลีย เหนื่อยล้า ปวดศีรษะแบบตุบ ๆ เวียนศีรษะ คลื่นไส้ อาเจียน ปวดตามกล้ามเนื้อ กล้ามเนื้อเป็นตะคริว กระสับกระส่าย ใจเต้นเร็ว หายใจตื้นและเร็ว เป็นต้น

ภาวะแทรกซ้อน
มีผลกระทบต่ออวัยวะแทบทุกส่วน เกิดภาวะแทรกซ้อนที่สำคัญ ได้แก่

หัวใจ หัวใจเต้นเร็ว ความดันโลหิตต่ำ เลือดออกใต้เยื่อบุหัวใจ (subendocardial hemorrhage)
ปอด ปอดบวมน้ำ (pulmonary edema) ปอดอักเสบจากการสำลัก (aspiration pneumonia) ภาวะเลือดเป็นด่าง (respiration alkalosis) กลุ่มอาการหายใจล้มเหลวเฉียบพลัน (acute respiratory distress syndrome/ARDS)
ไต ไตวายเฉียบพลัน
เลือด ภาวะผิดปกติเกี่ยวกับการแข็งตัวของเลือด (ทำให้มีเลือดออกง่าย) ภาวะเลือดจับเป็นลิ่มทั่วร่างกาย (DIC)
กล้ามเนื้อ เซลล์กล้ามเนื้อถูกทำลาย (rhabdomyolysis) มีอาการปวดกล้ามเนื้อ ปัสสาวะสีดำหรือสีโคล่า
สมอง อัมพาตครึ่งซีก หมดสติ ความจำเสื่อม บุคลิกภาพเปลี่ยนแปลง เดินเซ ชัก
ตับ ดีซ่าน เซลล์ตับตาย (hepatocellular necrosis) ตับวาย
อิเล็กโทรไลต์ ภาวะโพแทสเซียมในเลือดต่ำหรือสูง ภาวะเเคลเซียมในเลือดต่ำ ภาวะโซเดียมในเลือดสูง ภาวะเลือดเป็นกรดจากกรดแล็กติก (lactic acidosis) ภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ ภาวะยูริกในเลือดสูง

การวินิจฉัย
แพทย์จะวินิจฉัยจากอาการ ประวัติการเจ็บป่วย และการตรวจร่างกายเป็นหลัก ซึ่งมีสิ่งตรวจพบดังนี้

ไข้ (วัดทางทวารหนัก) มากกว่า 40 องศาเซลเซียส (บางรายอาจสูงถึง 47 องศาเซลเซียส) แต่ถ้ามีการปฐมพยาบาลด้วยการลดอุณหภูมิร่างกายมาก่อนก็อาจตรวจไม่พบไข้หรือไข้ไม่สูงมาก

มีอาการหน้าแดง ผิวหนังออกร้อน ในกลุ่มที่เกิดจากคลื่นความร้อนอาจพบผิวหนังแห้ง ไม่มีเหงื่อ ส่วนในกลุ่มที่ออกกำลังกายมากอาจพบผิวหนังแห้งหรือมีเหงื่อออกเล็กน้อยก็ได้

ชีพจรเต้นเบาและเร็ว หายใจตื้นและเร็ว

ความดันโลหิตอาจสูงหรือต่ำ หรือแรงชีพจร (pulse pressure) กว้าง (ความดันช่วงล่างหรือไดแอสโตลีต่ำ)

อาจตรวจพบภาวะแทรกซ้อนของระบบอวัยวะต่าง ๆ เช่น ชัก หมดสติ เพ้อคลั่ง พฤติกรรมแปลก ๆ เดินเซ รูม่านตาโตทั้ง 2 ข้างและไม่มีปฏิกิริยาต่อแสง จ้ำเขียวตามตัว ถ่ายเป็นเลือด ไอเป็นเลือด ปัสสาวะออกน้อยหรือไม่ออกเลย

อาจพบกล้ามเนื้อเป็นตะคริว (เป็นก้อนเกร็งแข็ง) หรืออ่อนปวกเปียก

แพทย์จะทำการตรวจพิเศษ เช่น ตรวจเลือด ปัสสาวะ เอกซเรย์ปอด ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ เอกซเรย์คอมพิวเตอร์สมอง เจาะหลังนำน้ำไขสันหลังมาตรวจ เป็นต้น เพื่อประเมินอาการและภาวะแทรกซ้อนต่าง ๆ รวมทั้งตรวจหาสาเหตุอื่น ๆ ที่มีอาการคล้ายกับโรคนี้

การรักษาโดยแพทย์

แพทย์จะรับตัวผู้ป่วยไว้รักษาในโรงพยาบาล และให้การรักษา ดังนี้

ทำการแก้ไขภาวะฉุกเฉินเกี่ยวกับการหายใจ (เช่น ให้ออกซิเจน ใช้เครื่องช่วยหายใจ) ให้สารน้ำ (normal saline หรือ lactate ringer’s solution) ทางหลอดเลือดดำ
รีบทำการลดอุณหภูมิร่างกายโดยเร็ว วิธีที่นิยมใช้กัน ได้แก่ การแช่ตัวผู้ป่วยในอ่างน้ำที่ผสมน้ำแข็ง ซึ่งมีประสิทธิภาพในการลดอุณหภูมิร่างกายได้ดีกว่าวิธีอื่น และมักใช้เป็นวิธีแรกในการลดอุณหภูมิร่างกาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ป่วยที่เกิดจากการออกกำลังกายหรือทำงานใช้แรงกายอย่างหนักท่ามกลางอากาศร้อน*

ส่วนวิธีอื่นที่มีประสิทธิภาพน้อยกว่า ได้แก่ การพ่นฝอยละอองน้ำเย็น (ประมาณ 15 องศาเซลเซียส) ตามผิวกายของผู้ป่วยจนทั่วและใช้พัดลมขนาดใหญ่เป่า, การวางถุงน้ำแข็งตามศีรษะ คอ รักแร้ เเละขาหนีบ

บางกรณีแพทย์อาจใช้วิธีให้สารน้ำที่เย็นทางหลอดเลือดดำ บางรายอาจใช้วิธีสวนล้างกระเพาะอาหารหรือทวารหนักด้วยน้ำเย็น และในรายที่มีอาการรุนแรงมากอาจใช้วิธีสวนล้างช่องท้องด้วยน้ำย็น

แพทย์จะทำการติดตามวัดอุณหภูมิทางทวารหนัก พยายามทำให้อุณหภูมิร่างกายลดลงมาที่ประมาณ 39 องศาเซลเซียส และจะไม่ทำการลดให้ต่ำกว่า 39 องศาเซลเซียส เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดภาวะอุณหภูมิร่างกายลดลงต่ำเกินไป (over hypothermia)*

ทำการตรวจพิเศษเพิ่มเติม เพื่อประเมินอาการและภาวะแทรกซ้อนต่าง ๆ แล้วทำการแก้ไขภาวะผิดปกติตามที่ตรวจพบ
หลีกเลี่ยงการใช้ยาลดไข้ (นอกจากไม่มีประโยชน์แล้วยังอาจเกิดผลข้างเคียง เช่น แอสไพรินส่งเสริมให้เลือดออก พาราเซตามอลอาจมีพิษต่อตับ) และยาที่เป็นปัจจัยเสี่ยงต่อโรคนี้ เช่น ยาที่ออกฤทธิ์แอนติโคลิเนอร์จิก
ถ้ามีอาการหนาวสั่น ซึ่งจะทำให้อุณหภูมิในร่างกายเพิ่มขึ้น แพทย์จะบรรเทาอาการหนาวสั่นโดยให้ยาที่ช่วยให้กล้ามเนื้อคลายตัวลง เช่น กลุ่มยาเบนโซไดอะซีพีน (benzodiazepine เช่น ลอราซีแพม ไมดาโซแลม)

ผลการรักษา ขึ้นกับความรุนแรงและระยะเวลาที่เป็นก่อนมาถึงโรงพยาบาล ถ้าได้รับการรักษาอย่างถูกต้องได้เร็ว ก็มีโอกาสรอดชีวิตถึงร้อยละ 90

แต่ถ้าปล่อยให้มีอาการนานเกิน 2 ชั่วโมงจึงได้รับการรักษา มีอัตราตายสูงถึงร้อยละ 70

บางรายเมื่อรักษาจนฟื้นตัวดีแล้ว อาจมีอุณหภูมิแกว่งขึ้นลงอยู่นานนับสัปดาห์

บางรายอาการทางสมองอาจหายไม่สนิท มีบุคลิกภาพเปลี่ยนไป ท่าทางงุ่มง่าม หรือกล้ามเนื้อทำงานประสานกันไม่ดี

การดูแลตนเอง

หากเผชิญคลื่นความร้อน หรือออกกำลังหรือใช้แรงกายในที่กลางแดดหรือที่อากาศร้อน หรือติดอยู่ในรถที่จอดอยู่กลางแดดร้อนนาน ๆ แล้วมีอาการตัวร้อน ปวดศีรษะแบบตุบๆ เวียนศีรษะ คลื่นไส้ อาเจียน หรือมีอาการทางสมอง (เช่น เดินเซ สับสน พฤติกรรมแปลก ๆ ประสาทหลอน เพ้อคลั่ง ชัก หรือหมดสติ) ควรทำการปฐมพยาบาลและนำผู้ป่วยไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาล

การปฐมพยาบาล

เมื่อพบผู้ป่วยมีไข้สูง ร่วมกับอาการทางสมอง และมีประวัติถูกคลื่นความร้อน ออกกำลังหรือใช้แรงกายในที่ร้อน ควรนำผู้ป่วยส่งโรงพยาบาลด่วน

ก่อนนำส่งโรงพยาบาล ควรให้การปฐมพยาบาล ดังนี้

พาผู้ป่วยหลบเข้าที่ร่ม ในรถปรับอากาศ ห้องที่มีความเย็นหรือห้องแอร์
ถอดเสื้อผ้าให้เหลือเท่าที่จำเป็น
ใช้ผ้าชุบน้ำเย็นเช็ดตามตัว ใช้พัดลมเป่า วางถุงใส่น้ำแข็งไว้ตามหน้าผาก ซอกคอ รักแร้ และขาหนีบ
ถ้าผู้ป่วยรู้สึกตัวดีให้ดื่มน้ำเย็น เพื่อลดอุณหภูมิในร่างกาย
ถ้าผู้ป่วยหมดสติ จับศีรษะหันให้หน้าเอียงไปทางข้างใดข้างหนึ่ง (เพื่อป้องกันการสำลัก) และให้การปฐมพยาบาลอาการหมดสติเพิ่มเติม ดังนี้

– ใช้นิ้วล้วงเอาอาเจียน เสมหะ ฟันปลอม สิ่งแปลกปลอมออกจากปากของผู้ป่วย

– ห้ามให้ผู้ป่วยกินหรือดื่มอะไรทางปาก

– ถ้าผู้ป่วยหยุดหายใจหรือหัวใจหยุดเต้น

– ให้ทำการกู้ชีวิต (ดูหัวข้อ “CPR”)

ถ้ามีอาการชักร่วมด้วย ให้การปฐมพยาบาลอาการชักเพิ่มเติม ดังนี้

– ป้องกันอันตรายหรือการบาดเจ็บ โดยให้ผู้ป่วยนอนอยู่ในพื้นที่โล่งและปลอดภัย ไม่มีสิ่งกีดขวางหรือระเกะระกะอยู่ข้างกาย

– ถ้ามีเศษอาหาร เสมหะ หรือฟันปลอม ให้นำออกจากปาก ถ้าผู้ป่วยใส่แว่นตาควรถอดออก

– อย่าใช้วัตถุ (เช่น ไม้ ด้ามช้อน ปากกา ดินสอ) สอดใส่ปากผู้ป่วยเพื่อป้องกันไม่ให้กัดลิ้น เพราะนอกจากไม่ได้ประโยชน์เท่าที่ควรแล้ว ยังอาจทำให้ปากและฟันได้รับบาดเจ็บได้

– อย่าผูกหรือมัดตัวผู้ป่วย อาจทำให้ผู้ป่วยบาดเจ็บได้

– อย่าให้ผู้ป่วยกินอะไรระหว่างชักหรือหลังชักใหม่ ๆ อาจทำให้ผู้ป่วยสำลักได้

นำส่งโรงพยาบาลโดยรถปรับอากาศ หรือเปิดหน้าต่างให้อากาศถ่ายเท

การป้องกัน

ในการป้องกันอันตรายจากความร้อน (อากาศร้อน) โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่มีความเสี่ยงสูง เช่น เด็กเล็ก ผู้สูงอายุ ผู้ที่ใช้ยาบางชนิดหรือเป็นโรคประจำตัว ควรปฏิบัติดังนี้

1. หลีกเลี่ยงการออกกำลังหรือใช้แรงกายในที่ที่อากาศร้อนและชื้น

2. ถ้าจำเป็นต้องออกกำลังกายหรือใช้แรงกายในที่กลางแดดหรืออากาศร้อน ควรปฏิบัติดังนี้

ก่อนออกกำลังควรดื่มน้ำ 400-500 มล. (ประมาณ 2 แก้ว) และระหว่างออกกำลังควรดื่มน้ำ 200-300 มล. (ประมาณ 1 แก้ว) เป็นระยะ ๆ (ประมาณทุก 20 นาที) เพื่อป้องกันไม่ให้ร่างกายขาดน้ำ
ควรสวมเสื้อผ้าบาง ๆ หลวม ๆ มีลักษณะสีอ่อน และระบายความร้อนได้ดี
เมื่อออกกลางแดด ควรสวมหมวกปีกกว้าง ใส่แว่นกันแดด และทายากันแดดที่มีค่า SPF มากกว่า 15 ขึ้นไป
หลีกเลี่ยงการดื่มเครื่องดื่มที่ส่งผลให้ร่างกายขาดน้ำ เช่น ชา กาแฟ เครื่องดื่มที่ผสมกาเฟอีน เครื่องดื่มแอลกอฮอล์
หลีกเลี่ยงการกินยาที่ขัดขวางกลไกการกำจัดความร้อนออกจากร่างกาย
ไม่ควรอยู่ในที่กลางแดดหรืออากาศร้อนอย่างต่อเนื่องเป็นเวลานาน ควรกางร่มหรือหลบเข้าที่ร่มเป็นพัก ๆ

3. ในช่วงที่มีคลื่นความร้อน (อากาศร้อน) ควรอยู่ในห้องปรับอากาศ หรือในบ้านที่เปิดประตูหน้าต่าง มีพัดลมเป่าให้อากาศถ่ายเทสะดวก (อย่าอยู่ในห้องปิด หรือที่อับไม่มีอากาศถ่ายเท) ควรอาบน้ำบ่อย ๆ ดื่มน้ำมาก ๆ สวมเสื้อผ้าบาง ๆ หลวม ๆ สีอ่อนและเท่าที่จำเป็น

4. สำหรับเด็กเล็ก ไม่ควรปล่อยเด็กไว้ในรถยนต์ตามลำพังแม้เพียงเดี๋ยวเดียว เมื่อไม่ใช้รถควรปิดประตูรถทุกครั้ง และเก็บกุญแจรถไว้ในที่มิดชิดหรือที่เด็กเอื้อมไม่ถึง

ข้อแนะนำ

1. โรคลมร้อน (heat stroke) เป็นโรคที่เกิดจากความร้อน (heat-related illness) ชนิดที่ร้ายแรงที่สุด ความร้อน (อากาศร้อน) อาจทำให้เกิดอาการเจ็บป่วยได้อีกหลายลักษณะ* ดังนั้นเมื่อเผชิญกับความร้อนแล้วมีอาการเจ็บป่วยเกิดขึ้น ควรสังเกตตัวเองว่าเป็นภาวะที่มีความรุนแรงมากน้อยเพียงใด และให้การดูแลรักษาที่เหมาะสม

2. กลุ่มที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคที่เกิดจากความร้อน ได้แก่ ทารก เด็กเล็ก ผู้สูงอายุ คนอ้วน ผู้ที่มีโรคเรื้อรัง ผู้ที่กินยาบางชนิดที่ขัดขวางกลไกการกำจัดความร้อนออกจากร่างกาย ดังนั้นเมื่อเผชิญกับอากาศร้อน ควรระมัดระวังตัว และรู้จักหาทางป้องกันไม่ให้เกิดการเจ็บป่วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งโรคเพลียแดด และโรคลมร้อน

*อาการเจ็บป่วยที่เกิดจากความร้อน ที่สำคัญ ได้แก่
1. ภาวะเป็นลมจากความร้อน (heat syncope) เกิดจากร่างกายขาดน้ำ ทำให้ความดันโลหิตลดลง เลือดไปเลี้ยงสมองได้น้อยลง ขณะลุกขึ้นยืนเร็ว ๆ หรือยืนนาน ๆ ก็จะเกิดอาการเวียนศีรษะ หน้ามืด เป็นลมหมดสติชั่วขณะ แล้วฟื้นคืนเป็นปกติได้เอง นับว่าเป็นภาวะที่มีความรุนแรงน้อย

การรักษา ควรรีบพาเข้าในที่ร่ม ให้ผู้ป่วยนอนราบหรือนั่ง ปลดเสื้อผ้าให้หลวมสบาย และให้ดื่มน้ำ (น้ำเย็น น้ำผลไม้ สารละลายน้ำตาลเกลือแร่) หากพบในผู้สูงอายุหรือมีอาการกำเริบบ่อย ควรปรึกษาแพทย์เพื่อตรวจหาภาวะผิดปกติอื่น ๆ

2. ตะคริวจากความร้อนหรือตะคริวแดด (heat cramps) เกิดจากความร้อนทำให้เหงื่อออกมาก ร่างกายสูญเสียน้ำและเกลือแร่ เกิดอาการกล้ามเนื้อเป็นตะคริว ซึ่งมักเป็นที่น่อง ต้นขา และไหล่

การรักษา ควรรีบพาเข้าที่ร่ม ให้ผู้ป่วยดื่มน้ำกับเกลือแร่ (สารละลายน้ำตาลเกลือแร่) ถ้าอาการไม่ทุเลาใน 1 ชั่วโมง หรือสงสัยเป็นภาวะหมดแรงจากความร้อนหรือโรคเพลียแดด (ซึ่งมักมีอาการเป็นตะคริวร่วมกับไข้และอาการอื่น ๆ) ควรรีบไปพบแพทย์

3. ภาวะหมดแรงจากความร้อนหรือโรคเพลียแดด (heat exhaustion) มีสาเหตุจากการสูญเสียน้ำและเกลือแร่อย่างมาก จากการมีเหงื่อออกมากหรือมีภาวะขาดน้ำที่รุนแรง มักเกิดอาการขณะออกกำลังหรือทำงานใช้แรงกายอย่างหนักท่ามกลางอากาศร้อน ผู้ป่วยจะมีอาการเหงื่อออกมาก อ่อนเพลีย เหนื่อยล้า กระหายน้ำมาก คลื่นไส้ ปวดศีรษะ เวียนศีรษะ เป็นลม กล้ามเนื้อเป็นตะคริวหรือปวดเมื่อย กระสับกระส่าย ปัสสาวะออกน้อย โดยไม่มีอาการผิดปกติของสมองหรือภาวะแทรกซ้อนเช่นเดียวกับโรคลมร้อน การตรวจวัดอุณหภูมิทางทวารหนัก มีค่าระหว่าง 37-40 องศาเซลเซียส (ไม่เกิน 40 องศาเซลเซียส) อาจพบผิวหนังซีด เย็น มีเหงื่อชุ่ม ชีพจรเต้นเบาและเร็ว ความดันโลหิตลดต่ำลงในท่ายืน (ภาวะความดันเลือดตกในท่ายืน มีอาการเวียนศีรษะ หน้ามืดเวลาลุกขึ้นยืน และทุเลาเมื่อนอนราบ) ภาวะนี้ถ้าหากไม่ได้รับการช่วยเหลือ อาจรุนแรงมากขึ้นจนกลายเป็นโรคลมร้อน เป็นอันตรายได้

การรักษา รีบพาผู้ป่วยหลบเข้าที่ร่ม ในรถปรับอากาศ ห้องที่มีความเย็นหรือห้องแอร์, ให้ผู้ป่วยนอนราบ ยกเท้าสูงเล็กน้อย ปลดเสื้อผ้าให้หลวมสบาย, ให้ดื่มน้ำ (น้ำเย็น น้ำผลไม้ สารละลายน้ำตาลเกลือแร่), ใช้ผ้าชุบน้ำเย็นเช็ดตามตัว ใช้พัดลมเป่า วางถุงใส่น้ำแข็งไว้ตามหน้าผาก ซอกคอ รักแร้ และขาหนีบ ถ้าอาการไม่ทุเลาใน 15 นาที หรือสงสัยเป็นโรคลมร้อน ควรส่งผู้ป่วยไปโรงพยาบาลด่วน

4. โรคลมร้อน (ฮีตสโตรก) มีไข้ (วัดทางทวารหนัก) มากกว่า 40 องศาเซลเซียส ร่วมกับอาการทางสมอง ผิวหนังออกแดง ร้อน และแห้ง ผู้ป่วยอาจมีอาการเป็นภาวะหมดแรงจากความร้อนหรือโรคเพลียแดดนำมาก่อน หรือบางรายไม่มีก็ได้ หากพบผู้ป่วยที่สงสัยว่าเป็นโรคลมร้อน ควรรีบให้การปฐมพยาบาลและนำส่งโรงพยาบาลทันที การรักษาได้ทันท่วงทีจะช่วยให้ชีวิตรอดปลอดภัยได้

6
ชุดปฏิบัติธรรม ชุดแม่ชี เราเป็น โรงงานผลิตโดยตรง
ตัดเย็บปราณีต ทรงสวย เรียบหรู ดูสง่างดงาม
ผลิตจาก ผ้าฝ้ายแท้ 100% เกรดพรีเมียม

ชุดปฏิบัติธรรม ชุดขาวไปวัด ชุดแม่ชี
– ราคาแยกรายชิ้น –
ทอย้อมจากโรงงานอุตสาหกรรมชั้นดี
พร้อมส่งทุกไซส์
(กรณีสั่งตัดไซส์พิเศษ รอผลิต 7-10 วัน)
จัดส่งฟรี‼ เมื่อลูกค้าโอนชำระ
มีบริการเก็บเงินปลายทาง (+ตัวละ 10.-)

รับตัดชุดขาวไซส์ใหญ่พิเศษ
หมดกังวล หาไซส์ไม่ได้ ทางร้านเป็นโรงงานผลิตโดยตรง
สามารถสั่งตัดชุดได้ตามความต้องการ รอผลิต 7-10 วันทำการ

ร้านอริยทรัพย์ ชุดขาวปฏิบัติธรรม
เบอร์มือถือ :  092-926-4142 , 063-289-5356
Facebook : ชุดขาวปฎิบัติธรรม อริยทรัพย์
Instagram : ariyasub.shop
ID Line : @ariyasub (มี@)
เว็บไซด์: https://ariyasub99.com/
สนใจตัดชุดขาวไซซ์พิเศษ ติดต่อมาได้เลยค่ะ

สัมผัสประสบการณ์ใหม่
จากผ้าฝ้ายแท้ 100%
 นุ่มสบาย ไม่ร้อน ไม่ระคายคือง
ใส่ใจทุกขั้นตอนการผลิต ตั้งแต่การคัดสรรเนื้อผ้า
การตัดเย็บ รวมไปถึงการจัดส่งแบบปกติ
และจัดส่งเร่งด่วน (Kerry EMS Grab)

ชุดขาวปฎิบัติธรรม ชุดขาวหญิง ชุดแม่ชี คุณภาพ
เน้นคุณภาพใส่ใจทุกขั้นตอน ตัดเย็บงานผ้าฝ้ายคุณภาพ (cotton 100%)
สวมใส่สบาย ระบายความร้อนได้ดี ไม่อึดอัด

ชุดปฎิบัติธรรมชาย คุณภาพ
เน้นคุณภาพใส่ใจทุกขั้นตอน ตัดเย็บงานผ้าฝ้ายคุณภาพ (cotton 100%)
สวมใส่สบาย ระบายความร้อนได้ดี ไม่อึดอัด


ร้านอริยทรัพย์ ชุดขาวปฏิบัติธรรม
เบอร์มือถือ :  092-926-4142 , 063-289-5356
Facebook : ชุดขาวปฎิบัติธรรม อริยทรัพย์
Instagram : ariyasub.shop
ID Line : @ariyasub (มี@)
เว็บไซด์: https://ariyasub99.com/
สนใจตัดชุดขาวไซซ์พิเศษ ติดต่อมาได้เลยค่ะ


7
วัดวรนาถบรรพตพระอารามหลวงตั้งอยู่บนยอดเขาเหมาะใส่ชุดขาว สัมผัสกับการปฏิบัติธรรมที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้นภายใต้การแนะนำของพระภิกษุ

วัดวรนาถบรรพตเป็นวัดเก่าแก่ที่มีประวัติยาวนานกว่า 100 ปี เป็นวัดที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของจังหวัดนครสวรรค์ วัดวรนาถบรรพตมีสถาปัตยกรรมที่สวยงามและมีพระพุทธรูปที่สำคัญหลายองค์เหมาะใส่ชุดขาว ชุดขาวชาย ชุดขาวหญิง ชุดขาวปฏิบัติธรรม มาเที่ยววัดวรนาถบรรพตตั้งอยู่บนเนินเขาอันเงียบสงบเป็นสถานที่พักผ่อนสำหรับผู้ที่ชื่นชอบการทำสมาธิและผู้แสวงหาความรู้

วัดที่งดงามแห่งนี้มีบรรยากาศที่เงียบสงบ ผู้มาเยือนสามารถดื่มด่ำกับการทำสมาธิท่ามกลางความเขียวขจี พื้นที่สงบและสัมผัสถึงมรดกทางวัฒนธรรมอันล้ำค่า

ค้นพบวัดวรนาถบรรพต
วัดวรนาถบรรพตมีชื่อเสียงจากทัศนียภาพอันสวยงามของตัวเมืองนครสวรรค์และแม่น้ำเจ้าพระยาเบื้องล่าง วัดแห่งนี้ตั้งอยู่ใจกลางเมืองนครสวรรค์ ดึงดูดทั้งคนในท้องถิ่นและนักท่องเที่ยวที่แสวงหาความสงบ การปฏิบัติธรรมและการพักผ่อนจากชีวิตประจำวันที่เร่งรีบ

การพักผ่อนทางจิตวิญญาณ
บริเวณวัดได้รับการออกแบบมาเพื่อส่งเสริมการฝึกสติ ทำให้ที่นี่เป็นสถานที่ที่เหมาะสำหรับการฝึกสมาธิ พื้นที่หลายส่วนของวัดอุทิศให้กับการทำสมาธิและการไตร่ตรอง โดยมีพื้นที่ที่กำหนดไว้ให้ผู้เยี่ยมชมสามารถค้นหาความสงบและเชื่อมต่อกับตัวตนภายในของตนเอง พระสงฆ์และเจ้าหน้าที่วัดมักจะพร้อมให้คำแนะนำและความช่วยเหลือ โดยเฉพาะสำหรับผู้ที่เพิ่งเริ่มฝึกสมาธิ

ไฮไลท์สำคัญสำหรับผู้ปฏิบัติธรรม
พระพุทธรูป : บนยอดเขาของวัด คุณจะพบกับพระพุทธรูปนั่งสมาธิอันน่าประทับใจ ซึ่งทำหน้าที่เป็นจุดศูนย์กลางสำหรับผู้มาเยือนและเป็นแหล่งแรงบันดาลใจในการทำสมาธิ ทัศนียภาพจากจุดนี้ช่างน่าทึ่ง เพิ่มฉากหลังอันเงียบสงบที่ไม่เหมือนใครให้กับการปฏิบัติธรรมของคุณ

โซนปฏิบัติธรรมอันเงียบสงบ : วัดวรนาถบรรพตมีมุมสงบและบริเวณร่มรื่นหลายแห่งซึ่งเหมาะสำหรับการฝึกสติ พื้นที่เหล่านี้มักเต็มไปด้วยเสียงธรรมชาติ ช่วยให้ผู้ปฏิบัติธรรมสามารถดื่มด่ำกับช่วงเวลาปัจจุบันได้อย่างเต็มที่

โปรแกรมการทำสมาธิและการปฏิบัติธรรม : วัดจัดให้มีการปฏิบัติธรรมเป็นครั้งคราว ซึ่งผู้เข้าร่วมจะได้สัมผัสกับการปฏิบัติธรรมที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้นภายใต้การแนะนำของพระภิกษุที่มีประสบการณ์ โปรแกรมเหล่านี้มักประกอบด้วยการฝึกสติ คำสอนของพุทธศาสนา และช่วงเวลาแห่งความเงียบ ทำให้เป็นประสบการณ์ที่เปลี่ยนแปลงชีวิตสำหรับผู้เข้าร่วม

บันไดสู่ความสงบ : บันไดยาวที่นำขึ้นไปยังวัดไม่เพียงแต่เป็นเส้นทางสู่ด้านบนเท่านั้น แต่ยังช่วยให้ผู้ปฏิบัติธรรมสามารถฝึกเดินอย่างมีสติได้อีกด้วย นับเป็นวิธีที่ดีเยี่ยมในการโฟกัสที่ลมหายใจ การเคลื่อนไหว และการเชื่อมโยงระหว่างร่างกายและจิตใจ

เคล็ดลับสำหรับผู้เยี่ยมชม
เวลาที่ดีที่สุดในการเยี่ยมชม : การมาเยี่ยมชมในตอนเช้าตรู่ถือเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมทั้งสำหรับการทำสมาธิและการเที่ยวชมสถานที่ บรรยากาศที่เงียบสงบและอากาศเย็นสบายในตอนเช้าช่วยเพิ่มประสบการณ์การทำสมาธิ
กฎการแต่งกาย : เนื่องจากเป็นสถานที่ประกอบพิธีกรรมทางพุทธศาสนา ผู้เยี่ยมชมจึงควรแต่งกายสุภาพเพื่อแสดงความเคารพต่อวัดและผู้มาเยี่ยมชม
มารยาทในการมีสติ : ความเงียบและการเคารพการปฏิบัติสมาธิของผู้อื่นเป็นสิ่งสำคัญ เนื่องจากผู้เยี่ยมชมจำนวนมากมาที่นี่เพื่อไตร่ตรองทางจิตวิญญาณ
วิธีการเดินทาง
สามารถเดินทางไปวัดวรนาถบรรพตมาได้โดยรถยนต์จากตัวเมืองนครสวรรค์ นอกจากนี้ ยังสามารถใช้บริการรถแท็กซี่หรือบริการขนส่งสาธารณะเพื่อเดินทางไปยังวัดได้อีกด้วย การขึ้นไปยังวัดเพื่อชมทัศนียภาพอันงดงามถือเป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์นี้ โดยมีทิวทัศน์ธรรมชาติที่สวยงามตลอดทาง

การไปเยี่ยมชมวัดวรนาถบรรพตมาไม่เพียงแต่เป็นโอกาสเที่ยวชมสถานที่เท่านั้น แต่ยังเป็นสถานที่พักผ่อนอันเงียบสงบสำหรับผู้ที่แสวงหาความสงบและการทำสมาธิ วัดวรนาถบัพติศมารายล้อมไปด้วยความงดงามของธรรมชาติและจิตวิญญาณแห่งพุทธศาสนาไทย เป็นสถานที่ที่นักท่องเที่ยวสามารถเชื่อมต่อกับตนเองได้อย่างลึกซึ้งและมีความหมาย

8
money expo 2025: หุ้นกู้ของ บริษัท บริทาเนีย จำกัด (มหาชน)

บริษัท บริทาเนีย จำกัด (มหาชน) เสนอขายหุ้นกู้ชนิดระบุชื่อผู้ถือ ประเภทไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีประกัน และมีผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ ในนาม "หุ้นกู้ของบริษัท บริทาเนีย จำกัด (มหาชน) ครั้งที่ 1/2567" จำนวน 2 ชุด

 หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ และไม่มีประกันของบริษัท บริษัท บริทาเนีย จำกัด (มหาชน) ครั้งที่ 1/2567 ครบกำหนดไถ่ถอนปี พ.ศ. 2569 ("หุ้นกู้ชุดที่ 1") อายุ 2 ปี อัตราดอกเบี้ยคงที่ร้อยละ 5.00 ต่อปี ชำระดอกเบี้ยทุกๆ 3 เดือน ตลอดอายุหุ้นกู้ และชำระดอกเบี้ยงวดสุดท้ายในวันครบกำหนดไถ่ถอนหุ้นกู้ จํานวนเสนอขายไม่เกิน 700,000 หน่วย คิดเป็นมูลค่าไม่เกิน 700,000,000 บาท

 หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ และไม่มีประกันของบริษัท บริษัท บริทาเนีย จำกัด (มหาชน) ครั้งที่ 1/2567 ครบกำหนดไถ่ถอนปี พ.ศ. 2570 ("หุ้นกู้ชุดที่ 2") อายุ 3 ปี อัตราดอกเบี้ยคงที่ร้อยละ 5.25 ต่อปี ชำระดอกเบี้ยทุกๆ 3 เดือน ตลอดอายุหุ้นกู้ และชำระดอกเบี้ยงวดสุดท้ายในวันครบกำหนดไถ่ถอนหุ้นกู้ จํานวนเสนอขายไม่เกิน 1,200,000 หน่วย คิดเป็นมูลค่าไม่เกิน 1,200,000,000 บาท

หุ้นกู้ที่เสนอขายทั้ง 2 ชุด มีจำนวนเสนอขายไม่เกิน 1,000,000 หน่วย คิดเป็นมูลค่าไม่เกิน 1,000,000,000 บาท โดยมีหุ้นกู้สำรองเพื่อเสนอขายเพิ่มเติมจำนวนไม่เกิน 500,000 หน่วย คิดเป็นมูลค่าไม่เกิน 500,000,000 บาท ทั้งนี้ จำนวนของหุ้นกู้ที่เสนอขายมีจำนวนรวมไม่เกิน 1,500,000 หน่วย คิดเป็นมูลค่ารวมไม่เกิน 1,500,000,000 บาท

 เสนอขายต่อผู้ลงทุนทั่วไป และ/หรือ ผู้ลงทุนสถาบัน

 ระยะเวลาในการจองซื้อหุ้นกู้ : วันที่ 9 - 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2567

 ติดต่อจองซื้อได้ที่ :

 ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) โทร. 02 888 8888
ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย จำกัด (มหาชน) โทร. 02 626 7777
ธนาคารกรุงไทย จำกีด (มหาชน) โทร. 02 111 1111
บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด โทร. 02 009 8888
บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด โทร. 02 680 1111
เพื่อประกอบการตัดสินใจ โปรดดู "12 เรื่องควรรู้ก่อนซื้อหุ้นกู้" ก่อนตัดสินใจซื้อ

 หุ้นกู้ของบริษัท บริทาเนีย จำกัด (มหาชน) ครั้งที่ 1/2567
​​​​
ข้อมูลเบื้องต้น   รายละเอียดของหุ้นกู้
ประเภทตราสาร   หุ้นกู้ชนิดระบุชื่อผู้ถือ ประเภทไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีประกัน และมีผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้
การเสนอขาย   เสนอขายต่อผู้ลงทุนทั่วไป และ/หรือ ผู้ลงทุนสถาบัน
วันเสนอขาย           วันที่ 9 - 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2567
จำนวน และมูลค่าของหุ้นกู้ที่เสนอขาย    จำนวนของหุ้นกู้ที่เสนอขายมีจำนวนรวมไม่เกิน 1,500,000 หน่วย คิดเป็นมูลค่ารวมไม่เกิน 1,500,000,000 บาท
มูลค่าที่ตราไว้ต่อหน่วย   1,000 บาท
ราคาเสนอขายต่อหน่วย   1,000 บาท

อัตราดอกเบี้ย   หุ้นกู้ชุดที่ 1 อัตราดอกเบี้ยคงที่ร้อยละ 5.00 ต่อปี ชำระดอกเบี้ยทุกๆ 3 เดือน ตลอดอายุหุ้นกู้ และชำระดอกเบี้ยงวดสุดท้ายในวันครบกำหนดไถ่ถอนหุ้นกู้
                        หุ้นกู้ชุดที่ 2 อัตราดอกเบี้ยคงที่ร้อยละ 5.25 ต่อปี ชำระดอกเบี้ยทุกๆ 3 เดือน ตลอดอายุหุ้นกู้ และชำระดอกเบี้ยงวดสุดท้ายในวันครบกำหนดไถ่ถอนหุ้นกู้

อายุหุ้นกู้          หุ้นกู้ชุดที่ 1 อายุ 2 ปี ครบกำหนดไถ่ถอนปี พ.ศ. 2569
                       หุ้นกู้ชุดที่ 2 อายุ 3 ปี ครบกำหนดไถ่ถอนปี พ.ศ. 2570
การไถ่ถอนหุ้นกู้ก่อนครบกำหนด   ไม่มี
ผู้จัดการการจัดจำหน่าย   ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน)
                                ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย จำกัด (มหาชน)
                                ธนาคารกรุงไทย จำกีด (มหาชน)
                                บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด
                                บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด
นายทะเบียนหุ้นกู้          ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน)
ผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้          บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด

การจัดอันดับความน่าเชื่อถือ   
อันดับความน่าเชื่อถือของหุ้นกู้ "BBB" แนวโน้ม "คงที่" โดยบริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด เมื่อวันที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2567 ทั้งนี้ ผู้ออกหุ้นกู้จะจัดให้มีการจัดอันดับความน่าเชื่อถือของหุ้นกู้จากสถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือที่สำนักงาน ก.ล.ต. ให้ความเห็นชอบตลอดอายุของหุ้นกู้

9
ปล่อยรถราคาพิเศษ MITSUBISHI XPANDER 1.5 GT ราคาและโปรโมชั่นพิเศษ

มิตซูบิชิ Mitsubishi Xpander GT ปี 2018
All New Xpander รุ่น GT นิยามใหม่ของ Crossover ได้รับการออกแบบใหม่ทั้งหมด โดยถ่ายทอดความแข็งแกร่งและแรงบันดาลใจเพื่อสร้างเซกเมนต์ใหม่ ด้วยการผสานสมรรถนะอันแข็งแกร่งแบบรถ Crossover เข้ากับความอเนกประสงค์ในการใช้งานที่หลากหลาย และจากการถ่ายทอดความเชี่ยวชาญเรื่องการพัฒนารถอเนกประสงค์ Xpander มีความสูงจากพื้นมากกว่ารถยนต์ในกลุ่มเดียวกันที่ 205 มม. (ในรุ่น GT) ด้านดีไซน์ล้ำสมัยด้วยเอกลักษณ์การออกแบบ Advanced 'Dynamic Shield' ไฟหรี่เป็น Crystal LED ไฟหน้าเป็นมัลติรีเฟลกเตอร์แบบฮาโลเจน

All New Xpander รุ่น GT มีความกว้างสบายจากห้องโดยสารแบบ 3 แถว 7 ที่นั่ง ตกแต่งภายในด้วยโทนสีดำ สามารถปรับเบาะที่นั่งได้อย่างอเนกประสงค์ รองรับการใช้งานได้อย่างดี เพียบพร้อมไปด้วยอุปกรณ์อำนวยความสะดวกต่างๆ ทั้งกุญแจอัจฉริยะ, แผงควบคุมระบบปรับอากาศด้านหลัง, พวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่น, หน้าจอแสดงผลข้อมูลขนาด 4.2 นิ้ว

All New Xpander รุ่น GT ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์อลูมินัมอัลลอยเบนซิน รหัส 4A91 ขนาด 1.5 ลิตร DOHC MIVEC 16 วาล์ว ให้กำลัง 105 แรงม้า ที่ 6,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 141 นิวตัน-เมตร ที่ 4,000 รอบต่อนาที ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 4 สปีด ที่ได้รับการพัฒนามาเพื่อ Xpander

หมายเหตุ : รายละเอียดของรถยนตอ์าจมีการเปลี่ยนแปลงภายหลัง

รถผู้บริหาร รถทดลองขับ ไมล์น้อย ราคาและโปรโมชั่นพิเศษ

โปรโมชั่นพิเศษ
ตั้งแต่ 21 มี.ค. - 31 มี.ค. 2568
ดอกเบี้ยเริ่มต้น 1.29%, ยอดจัดไม่เกิน 7 แสน,ผ่อนสูงสุด 84 เดือน
ค่าดำเนินการแคมเปญ 20,000 บาท (รวมในยอดจัดได้)

ราคาพิเศษ 584,000 บาท

สนใจสอบถา มรายละเอียดกดลิ้ง https://www.checkraka.com/flashdeal/car

รายละเอียดเบื้องต้น
   แบรนด์                 Mitsubishi
   รุ่น                      มิตซูบิชิ Mitsubishi Xpander GT ปี 2018
   ประเภทรถ             รถอเนกประสงค์ MPV
   ปีที่เปิดตัว             2018



10
ศูนย์ข้อมูลโควิด-19: โควิด-19 เราต้องรอด! กลับถึงบ้าน…ทำสิ่งเหล่านี้ทันที

ในช่วงที่สถานการณ์การระบาดของโควิด-19 ยังคงน่าเป็นห่วง และใกล้ตัวเรามากขึ้นทุกที การเดินทางและออกไปทำกิจกรรมนอกบ้านมีความเสี่ยงต่อการสัมผัสเชื้อโควิด-19 และนำเชื้อกลับเข้ามาภายในบ้านของคุณโดยไม่รู้ตัว!

ดังนั้น นอกจากการป้องกันตนเองตามมาตรการอย่างเคร่งครัดแล้ว หากออกไปนอกบ้าน ไม่ว่าจะใกล้หรือไกลแค่ไหน ควรปฏิบัติตามแนวทางเหล่านี้ เพื่อป้องกันการติดเชื้อโควิด-19 โดยสิ่งที่ควรทำทันทีเมื่อกลับถึงบ้าน ควรปฏิบัติดังนี้

ล้างมือด้วยแอลกอฮอล์ก่อนเข้าบ้าน หรือฟอกสบู่อย่างน้อย 20 วินาที
ถอดหน้ากากอนามัยทิ้งใส่ถุงขยะติดเชื้อให้มิดชิด และทิ้งถังขยะที่มีฝาปิดเฉพาะ
อาบน้ำ สระผม ทันทีที่ถึงบ้าน
เช็ดทำความสะอาดโทรศัพท์ กระเป๋า แว่นตา ของใช้ส่วนตัว
หลีกเลี่ยงการสัมผัสสิ่งของในบ้านก่อนไปอาบน้ำ
รีบถอดเสื้อผ้า แยกไว้เพื่อเตรียมซัก ไม่ให้ปะปนกันกับเสื้อผ้าที่ใส่ในบ้าน
ใช้ช้อนกลางตักอาหาร เมื่อรับประทานอาหารกับสมาชิกในครอบครัว
งดเล่นกับสัตว์เลี้ยงก่อนเข้าบ้าน
เก็บร้องเท้าไว้ข้างนอกบ้าน / นอกห้อง

ใช้ถังออกซิเจนที่บ้านอย่างไรให้ปลอดภัย? เมื่อต้อง Home Isolation

ถังออกซิเจน เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่จำเป็นสำหรับผู้ป่วยโควิด-19 เมื่อทำ Home isolation และพบว่าค่าออกซิเจนต่ำกว่า 96% หรืออยู่ในระดับที่แพทย์พิจารณาแล้วว่าต้องได้รับออกซิเจนรักษาที่บ้าน – หากอาการวิกฤติขยับจากสีเขียวไปเป็นสีเหลือง และสีแดง ในระหว่างที่ต้องรอการเข้ารักษาที่โรงพยาบาล โดยวิธีการใช้ถังออกซิเจนที่บ้านให้ปลอดภัย ควรปฏิบัติตามคำแนะนำดังนี้

รู้ ก่อนใช้

    ก๊าซออกซิเจนโดยตัวเองไม่ติดไฟ แต่เป็นตัวเร่งปฏิกิริยาให้เกิดการลุกไหม้ที่รวดเร็วและรุนแรง
    ก๊าซออกซิเจนทางการแพทย์ต้องบรรจุในถังสีเขียว ที่มีสัญลักษณ์ มอก.540-2555 เท่านั้น
    ห้ามใช้ถังที่เป็นสนิม
    ข้อต่อตรงถังต้อใช้เกลียวนอกมาตรฐาน CGA 540 เท่านั้น
    หัวอุปกรณ์ปรับลดแรงดัน ต้องใช้หัวสำหรับออกซิเจนทางการแพทย์เท่านั้น
    ควรมีถังดับเพลิงติดตั้งไว้บริเวณใกล้เคียง

ระวัง ตอนใช้

    เวลาใช้งานให้วางถังแนวตั้งและยึดให้แน่น
    ระวังการเคลื่อนย้ายหากล้มกระแทกอาจระเบิดได้
    ห้ามวางถังออกซิเจนในห้องโดยสารรถเพราะถ้าเกิดการรั่วอาจจะเป็นอันตรายได้
    ตอนใช้งานควรอยู่ห่างจากห้องครัวอย่างน้อย 5 เมตร และต้องไม่อยู่ใกล้ความร้อนหรือเปลวไฟ เช่น สูบบุหรี่ ไดร์เป่าผม เตารีดดัดผม แผ่นทำความร้อนหรือมีดโกนไฟฟ้า
    ห้ามใช้สเปรย์ฉีด เช่น สเปรย์ปรับอากาศ หรือสเปรย์ฉีดผมใกล้ชุดจ่ายออกซิเจน เพราะละอองฝอยมีความไวไฟสูงมาก
    ไม่ใช้ครีมและโลชั่นที่ติดไฟได้ เช่น ไอระเหยของผลิตภัณฑ์ทาถู ปริโตเลียมเจลลี่ หรือโลชั่นทามือที่มีส่วมผสมของน้ำมัน
    ไม่ใช้เจลแอลกอฮอล์ล้างมือขณะใช้งาน เว้นแต่จะปล่อยให้มือแห้งสนิทก่อนหยิบจับอุปกรณ์ออกซิเจน

ดูแล หลังใช้

    อย่างวางถังแนวนอน ให้วางตั้ง และยึดกับที่ให้แน่น
    อย่าเก็บในที่ปิด เช่น ตู้เสื้อผ้า และเก็บให้ห่างจากแหล่งความร้อน เปลวไฟ อย่างน้อย 1.5 เมตร
    ติดป้ายห้ามสูบบุหรี่ และห้ามจุดไฟ
    ปิดวาล์วให้สนิทหลังใช้และหมั่นตรวจสอบการรั่ว
    ก่อนส่งคืน ควรฆ่าเชื้อด้วยการเช็ดผิวนอกของถังด้วยแอลกอฮอล์ 70% โดยต้องแน่ใจว่าวาล์วปิดสนิทและไม่รั่วไหล

11
ผลกระทบที่เกิดขึ้นจากเสียงดัง
ในโรงงานอุตสาหกรรม
โรงงานหรือสถานประกอบกิจการที่มีปัญหาด้านเสียงเกินค่ามาตรฐาน อาจสร้างผลกระทบทั้งด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัยในการทำงานต่อพนักงานในโรงงานเอง หรืออาจก่อให้เกิดมลพิษทางเสียงต่อชุมชนและสภาพแวดล้อมที่อยู่ด้านนอกโรงงาน หากเจ้าของแหล่งกำเนิดเสียงหรือผู้เกี่ยวข้องปล่อยปละละเลย ไม่จัดทำโครงการควบคุมเสียงหรือแก้ไขปัญหาดังกล่าวไม่สำเร็จ จะทำให้มีผลกระทบตามมา เช่น
•   เป็นผู้กระทำผิดกฎหมายด้านเสียง มีทั้งโทษปรับและจำคุก
•   ลูกจ้างอาจเกิดภาวะสูญเสียการได้ยินแบบชั่วคราวหรือแบบถาวร
•   ประสิทธิภาพการทำงานของพนักงานลดลงจากเสียงเกินค่ามาตรฐาน
•   ถูกร้องเรียนจากชุมชนหรือผู้ได้รับผลกระทบทางเสียงที่อยู่นอกโรงงาน
•   โรงงานหรือสถานประกอบกิจการอาจถูกสั่งปิดปรับปรุง จนกว่าจะแก้ไขแล้วเสร็จ

ทำไมต้องใช้บริการจาก
“NEWTECH INSULATION” ในการควบคุมเสียง?
ด้วยประสบการณ์กว่า 15 ปี ในการควบคุมเสียงอุตสาหกรรม เรามีความพร้อมทั้งด้านบุคลากรเฉพาะทางที่มีความรู้ด้านเสียงและความสั่นสะเทือน เครื่องมืออันทันสมัยที่ได้มาตรฐานตามที่กฎหมายกำหนด รวมถึงประสบการณ์ด้านการแก้ไขปัญหาเสียงอุตสาหกรรมที่มีทั้งในและต่างประเทศ ผู้ใช้บริการจึงมั่นใจได้ว่าปัญหาด้านเสียงในโรงงานหรือสถานประกอบกิจการจะได้รับการแก้ไขได้อย่างตรงจุด ด้วยค่าใช้จ่ายที่น้อยที่สุด เพราะเราเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการควบคุมเสียงในอุตสาหกรรม
– บริษัทฯ ขึ้นทะเบียนและได้รับใบอนุญาตเป็นนิติบุคคลผู้ให้บริการตรวจวัดและวิเคราะห์สภาวะการทำงานเกี่ยวกับระดับเสียง โดยกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน
– บุคลากรของบริษัทฯ ได้รับใบอนุญาตเป็นผู้ควบคุมมลพิษเสียงและความสั่นสะเทือน จากสภาวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
– มีทีมงานที่มากประสบการณ์และความรู้ ได้แก่ วิศวกร นักสิ่งแวดล้อมอุตสาหกรรม เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงาน ช่างเทคนิค รวมไปถึงช่างประกอบและติดตั้งระบบควบคุมเสียง
– มีเครื่องมือที่ได้มาตรฐานไว้ให้บริการทั้งด้านฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์
– มีสินค้าสำหรับควบคุมเสียงและความสั่นสะเทือนให้เลือกหลากหลายรูปแบบ เช่น ผนังกันเสียง ห้องเก็บเสียง ม่านกันเสียง ตู้ครอบลดเสียง แจ็คเก็ตลดเสียง ไซเลนเซอร์ อคูสติคลูเวอร์ อุปกรณ์แยกความสั่นสะเทือน เป็นต้น
– มีการประเมินหรือทำตัวแบบจำลองระดับเสียง ก่อน-หลัง ปรับปรุงให้ลูกค้าใช้เป็นข้อมูลในการตัดสินใจ ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายและเวลาในการแก้ปัญหาด้านเสียง
– รับประกันระดับเสียงที่ลดลง อยู่ในเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด
– รับประกันคุณภาพสินค้าและฝีมือการติดตั้งทุกงาน

บริษัท นิวเทค อินซูเลชั่น จำกัด
เรา
จากประสบการณ์ในการแก้ไขปัญหาด้านเสียงมายาวนาน ไม่ว่าจะเป็นเสียงทางอาชีวอนามัยและความปลอดภัยในการทำงาน และเสียงทางสิ่งแวดล้อม
ทางบริษัทฯ ยินดีให้คำแนะนำที่ทำได้จริงสำหรับการแก้ปัญหาด้านมลภาวะทางเสียงที่เกิดขึ้น เพื่อให้ทั้งโรงงาน พนักงาน หรือชุมชนโดยรอบอยู่ร่วมกันได้
“เพราะเรา…เข้าใจเรื่องเสียง”

สนใจสั่งซื้อ
เบอร์โทร:  02-583-8035 , 02-583-8034, 098-995-4650
E-mail: contact@newtechinsulation.com
Line ID: @newtechinsulation
Facebook: newtechthai
Instagram: newtechinsulation
เว็บไซด์: https://www.noisecontrol365.com/



12
การจัดฟันเด็ก สามารถจัดได้เลย ไม่ต้องรอฟันแท้ขึ้น

การจัดฟันเด็ก เป็นการทันตกรรมสำหรับเด็กที่ต้องบอกว่าได้ผลการรักษาที่มีประสิทธิภาพมาก เพราะสามารถช่วยแก้ไขปัญหาในเรื่องของรูปร่างและลักษณะของฟัน รวมไปถึงการสบฟันที่มีความผิดปกติด้วย เพราะการสบฟันที่ผิดปกติ จะส่งผลต่อพัฒนาการของเด็กด้วย เนื่องจากอาจจะทำให้เด็กไม่ได้รับสารอาหารทีเพียงพอ มีอุปสรรคในการบดเคี้ยวอาหาร ซึ่งเด็กบางคนอาจจะมีปัญหาเกี่ยวกับการเรียงตัวของฟันด้วยเช่น  ฟันเก ฟันซ้อน ฟันยื่น ฟันล่างสบคร่อมฟันบน ในเด็กนั้น เกิดได้จากหลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็นพันธุกรรม การดูแลสุขภาพฟันน้ำนมไม่ดีพอ จนต้องถอนออกก่อนกำหนด ก็จะทำให้เกิดฟันล้มฟันเกตามมา พฤติกรรมที่ผิดปกติ เช่น ดูดนิ้ว กัดเล็บ ติดจุกนมปลอม กัดริมฝีปาก รวมถึงปัญหาด้านสุขภาพ เช่น ภูมิแพ้ หรือโรคทางเดินหายใจ

สาเหตุต่างๆเหล่านี้ ล้วนส่งผลให้เกิดปัญหาการจัดเรียงตัวของฟันแท้ได้ทั้งสิ้น ดังนั้น พ่อแม่ผู้ปกครองควรที่จะสังเกตความผิดปกติของบุตรหลานของท่านให้ดี เพื่อที่จะได้แก้ไขปัญหาได้อย่างทันเวลา เพราะถ้าหากปล่อยไว้นานๆ อาจจะทำให้เกิดปัญหาที่รุนแรงมากขึ้นได้ หรืออาจจะพาบุตรหลานของท่านเข้าพบทันตแพทย์จัดฟันเพื่อทำการแก้ไข แต่ในการจัดฟันเด็ก พ่อแม่ผู้ปกครองอาจจะมีข้อสงสัยว่า เด็กที่ฟันแม้ยังไม่ขึ้น สามารถเข้ารับการจัดฟันในเด็กได้หรือไม่ ซึ่งวันนี้เราจะมาพูดถึงประเด็นนี้กัน

ทางคลินิกเราจะมาพูดถึงการจัดฟันในเด็กกับข้อสงสัยที่พ่อแม่ผู้ปกครองหลายคนสงสัยว่า หากบุตรหลานยังมีฟันแท้ขึ้นไม่ครบจะสามารถพาบุตรหลานของท่านเข้ารับการจัดฟันในเด็กได้หรือไม่ ต้องบอกก่อนว่า การจัดฟันในเด็กสามารถพาเด็กเข้ารับการรักษาได้ตั้งแต่อายุ 4-15 ปี ซึ่งแน่นอนว่า เด็กบางคนอาจะอยู่ในช่วงของการมีฟันน้ำนม ซึ่งการที่เราจะพาบุตรหลานของท่านเข้ารับการจัดฟันในเด็ก สามารถพามาปรึกษาทันตแพทย์จัดฟันได้เลย เพราะการจัดฟันในเด็ก ปัญหาบางปัญหาสามารถทำได้ตั้งแต่ในเด็ก ไม่ต้องรอฟันน้ำนมหลุดหมดก่อน หรือ รอจนฟันแท้ขึ้นครบ การรักษาตั้งแต่เริ่มแรก อาจจะทำให้ใช้เวลาในการรักษาน้อยกว่าแล้ว ยังไม่ยุ่งยากมาก ไม่ซับซ้อน และมีผลการรักษาที่ดีมีประสิทธิภาพด้วย

ดังนั้น หากบุตรหลานของท่านมีความผิดปกติเกี่ยวกับฟันหรือการสบฟัน หรือฟันห่างมีช่องว่างระหว่างฟันเนื่องจากการหลุดของฟันหรือฟันที่ยังขึ้นไม่เต็มฟันที่ขึ้นมาไม่เป็นระเบียบจนเกซ้อนกันฟันบนไม่สามารถสบได้พอดีกับฟันล่างหรือเมื่อสบฟันแล้วมีช่องว่างระหว่างฟันบนกับฟันล่างก็สามารถพามาเข้ารับการจัดฟันในเด็กได้เลย แต่ทั้งนี้ ระยะเวลาที่ใช้ในการจัดฟันประมาณ 1 ปีครึ่ง-3 ปี ขึ้นอยู่กับความผิดปกติของฟันว่ามีมากน้อยเพียงใด และต้องขึ้นอยู่กับความร่วมมือของเด็กด้วยว่าจะสามารถให้ความร่วมมือในการรักษาได้มากน้อยแค่ไหน

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่สำคัญที่สุด ภายหลังการจัดฟันควรดูแลตนเองด้วยการรักษาความสะอาดของฟันและเครื่องมือจัดฟัน โดยใช้แปรงสีฟันสำหรับผู้ที่จัดฟันโดยเฉพาะ ทำความสะอาดภายหลังรับประทานอาหารทุกมื้อและก่อนเข้านอน รักษาเครื่องมือจัดฟันให้อยู่ในสภาพสมบูรณ์ ไม่ให้หลุดหักหรือบิดเบี้ยว ควรหลีกเลี่ยงอาหารที่แข็งและเหนียวรวมทั้งของหวาน ระมัดระวังเมื่อเล่นกีฬาที่อาจเกิดการกระทบกระทั่งรุนแรง รวมถึงปฏิบัติตามคำแนะนำของทันตแพทย์อย่างเคร่งครัด และพบทันตแพทย์ตามนัดหมาย

ดังนั้นพ่อแม่ผู้ปกครองก็ควรสร้างทัศนคตที่ดีให้กับเด็กเพื่อให้เด็กได้มีสุขภาพช่องปากและฟันที่ดีได้ หากใครสนใจพาบุตรหลานของท่านเข้ารับการจัดฟันในเด็ก ก็สามารถติดต่อขอรับคำแนะนำได้ที่คลินิกเพราะทางเรามีทันตแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญด้านการจัดฟันในเด็ก มีคาวมประสบการณ์อย่างยาวนานในด้านการจัดฟัน จึงทำให้มั่นใจได้ว่า บุตรหลานของท่านจะมีฟันที่สวยงาม มีฟันที่แข็งแรง สามารถบดเคี้ยวอาหารได้อย่างเต็มที่ ส่งผลทำให้เด็กมีพัฒนาการที่ดีขึ้นด้วย

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่สำคัญที่สุด ภายหลังการจัดฟันควรดูแลตนเองด้วยการรักษาความสะอาดของฟันและเครื่องมือจัดฟัน โดยใช้แปรงสีฟันสำหรับผู้ที่จัดฟันโดยเฉพาะ ทำความสะอาดภายหลังรับประทานอาหารทุกมื้อและก่อนเข้านอน รักษาเครื่องมือจัดฟันให้อยู่ในสภาพสมบูรณ์ ไม่ให้หลุดหักหรือบิดเบี้ยว ควรหลีกเลี่ยงอาหารที่แข็งและเหนียวรวมทั้งของหวาน ระมัดระวังเมื่อเล่นกีฬาที่อาจเกิดการกระทบกระทั่งรุนแรง รวมถึงปฏิบัติตามคำแนะนำของทันตแพทย์อย่างเคร่งครัด และพบทันตแพทย์ตามนัดหมาย ดังนั้นพ่อแม่ผู้ปกครองก็ควรสร้างทัศนคตที่ดีให้กับเด็กเพื่อให้เด็กได้มีสุขภาพช่องปากและฟันที่ดีได้

หากใครสนใจพาบุตรหลานของท่านเข้ารับการจัดฟันในเด็ก ก็สามารถติดต่อขอรับคำแนะนำได้ที่คลินิก เพราะทางเรามีทันตแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญด้านการจัดฟันในเด็ก มีคาวมประสบการณ์อย่างยาวนานในด้านการจัดฟัน จึงทำให้มั่นใจได้ว่า บุตรหลานของท่านจะมีฟันที่สวยงาม มีฟันที่แข็งแรง สามารถบดเคี้ยวอาหารได้อย่างเต็มที่ ส่งผลทำให้เด็กมีพัฒนาการที่ดีขึ้นด้วย

13
การเริ่มต้นธุรกิจอาหารอาจเป็นวิธีสร้างรายได้ และขายตามแผนที่วางไว้

การเริ่มต้นธุรกิจอาหารเป็นความคิดที่ดีในการสร้างรายได้ แต่ต้องมีการวางแผนและการจัดการที่ดีเพื่อให้ธุรกิจประสบความสำเร็จ ต่อไปนี้เป็นขั้นตอนและเคล็ดลับที่จะช่วยให้คุณเริ่มต้นธุรกิจอาหารได้อย่างมีประสิทธิภาพ:

1. สำรวจความถนัดและความสนใจ:

ค้นหาเมนูที่ถนัด: เลือกเมนูอาหารที่คุณมีความเชี่ยวชาญและมั่นใจในรสชาติ เพื่อรักษาคุณภาพของอาหาร
ศึกษาตลาดและความต้องการ: สำรวจความต้องการของลูกค้าในพื้นที่ของคุณ เพื่อเลือกเมนูที่ได้รับความนิยมและมีโอกาสในการขายสูง


2. วางแผนธุรกิจ:

กำหนดกลุ่มเป้าหมาย: ระบุกลุ่มลูกค้าที่คุณต้องการเข้าถึง เช่น คนทำงาน นักเรียน นักศึกษา หรือคนรักสุขภาพ
สร้างแบรนด์: พัฒนาชื่อร้าน โลโก้ และเอกลักษณ์ของแบรนด์ เพื่อสร้างความน่าจดจำ
เลือกช่องทางการขาย: พิจารณาช่องทางการขายที่เหมาะสม เช่น ออนไลน์ (แอปพลิเคชันเดลิเวอรี่, โซเชียลมีเดีย) หรือออฟไลน์ (ตลาดนัด, จัดส่งตามออเดอร์)
กำหนดราคา: กำหนดราคาที่เหมาะสมกับต้นทุนและตลาด เพื่อให้ได้กำไรที่เหมาะสม
วางแผนการตลาด: กำหนดกลยุทธ์การตลาดเพื่อโปรโมทร้านค้าของคุณ เช่น การใช้รูปภาพและวิดีโอที่น่าสนใจ การจัดโปรโมชั่น หรือการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้า


3. เตรียมความพร้อม:

จัดเตรียมอุปกรณ์และสถานที่: ตรวจสอบและเตรียมอุปกรณ์ทำอาหารให้พร้อมใช้งาน และจัดเตรียมสถานที่ทำอาหารให้สะอาดและถูกสุขอนามัย
จัดหาวัตถุดิบ: เลือกใช้วัตถุดิบที่มีคุณภาพดีและสดใหม่ เพื่อให้ได้รสชาติอาหารที่ดีที่สุด
บรรจุภัณฑ์: เลือกใช้บรรจุภัณฑ์ที่สะอาด ปลอดภัย และสวยงาม เพื่อสร้างความประทับใจให้กับลูกค้า
ขอใบอนุญาต (ถ้ามี): ตรวจสอบข้อกำหนดและขอใบอนุญาตที่เกี่ยวข้องกับการทำอาหารขายในบ้าน


4. เริ่มต้นธุรกิจ:

ทำอาหารและขาย: เริ่มต้นทำอาหารและขายตามแผนที่วางไว้
รับฟังความคิดเห็น: รับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากลูกค้า เพื่อปรับปรุงคุณภาพและบริการ
พัฒนาตัวเอง: พัฒนาทักษะการทำอาหารและการจัดการธุรกิจอย่างต่อเนื่อง
จัดการการเงิน: จัดการรายรับรายจ่ายอย่างเป็นระบบ และวิเคราะห์ผลกำไรเพื่อปรับปรุงธุรกิจ


ตัวอย่างเมนูอาหารที่น่าสนใจ:

อาหารตามสั่ง (เช่น ข้าวผัด, กะเพรา, ผัดซีอิ๊ว)
อาหารคลีน/อาหารเพื่อสุขภาพ (เช่น สลัด, อาหารกล่อง, น้ำผักผลไม้)
ขนมโฮมเมด (เช่น เค้ก, คุกกี้, ขนมไทย)
อาหารว่าง/ของทานเล่น (เช่น ลูกชิ้นทอด, ไก่ทอด, ขนมปังปิ้ง)

เคล็ดลับเพิ่มเติม:

สร้างความแตกต่าง: คิดค้นสูตรอาหารที่เป็นเอกลักษณ์ หรือใช้วัตถุดิบที่มีคุณภาพ
ทำการตลาด: ใช้โซเชียลมีเดียในการโปรโมทร้านค้า และสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้า
จัดการต้นทุน: ควบคุมต้นทุนวัตถุดิบและค่าใช้จ่ายอื่นๆ อย่างมีประสิทธิภาพ
พัฒนาตัวเอง: เรียนรู้และปรับปรุงธุรกิจของคุณอย่างต่อเนื่อง
หวังว่าข้อมูลเหล่านี้จะเป็นประโยชน์ในการเริ่มต้นธุรกิจอาหารของคุณ

14
โพสประกาศขายฟรี / townhome อภิทาวน์ สุพรรณบุรี (APITOWN Suphanburi)
« เมื่อ: วันที่ 27 มีนาคม 2025, 23:13:34 น. »
townhome อภิทาวน์ สุพรรณบุรี (APITOWN Suphanburi)
เริ่มต้น 2 ลบ. - 8 ลบ.

อภิทาวน์ สุพรรณบุรี (APITOWN Suphanburi)
อภิทาวน์ สุพรรณบุรี โครงการบ้านใหม่จาก เอพี ไทยแลนด์ มาพร้อมแบบบ้านดีไซน์ใหม่และพื้นที่ส่วนกลางขนาดใหญ่ ใกล้ศูนย์การค้ามากมาย

รายละเอียดโครงการ
 ชื่อโครงการ           อภิทาวน์ สุพรรณบุรี (APITOWN Suphanburi)
 เจ้าของโครงการ      เอพี (ไทยแลนด์)
 แบรนด์ย่อย            อภิทาวน์
 ราคา                   เริ่มต้น 2 ลบ. - 8 ลบ.

 ประเภทบ้าน          บ้านเดี่ยว, บ้านแฝด, ทาวน์เฮ้าส์ ทาวน์โฮม (Townhouse Townhome)
 ลักษณะทำเล         บ้านลักษณะทำเลอื่น
 พื้นที่โครงการ       32 ไร่ 1 งาน 30 ตร.ว.
 จำนวนบ้าน          226 หลัง
 แบบบ้านทั้งหมด     4 แบบ
  เนื้อที่บ้าน           โปรดสอบถามข้อมูลกับทางโครงการ
 พื้นที่ใช้สอย          ตั้งแต่ 110 ถึง 195 ตร.ม.
 จำนวนชั้น             2 ชั้น
 หน้ากว้าง            โปรดสอบถามข้อมูลกับทางโครงการ
 จำนวนห้องนอน     โปรดสอบถามข้อมูลกับทางโครงการ
 จำนวนที่จอดรถ      ตั้งแแต่ 2 ถึง 3 คัน
 สาธารณูปโภค

สถานที่ใกล้เคียง
 โซน           เมืองสุพรรณบุรี
 ที่ตั้ง           ถนนหมื่นหาญ ตำบลไผ่ขวาง อำเภอเมืองสุพรรณบุรี จังหวัดสุพรรณบุรี 72000

 ขนส่งสาธารณะ
ใกล้ถนนสายหลัก (ถนนหมื่นหาญ)
 สถานที่สำคัญใกล้เคียง
1. โรบินสันสุพรรณบุรี
2. โรงเรียนสหวิทย์
3. BigC สุพรรณบุรี

15
Doctor At Home: มะเร็งกระเพาะอาหาร (Stomach cancer/Gastric cancer)

มะเร็งกระเพาะอาหาร ส่วนใหญ่พบในคนอายุมากกว่า 40 ปี พบมากในช่วงอายุ 60-80 ปี คนอายุน้อยกว่า 40 ปีก็พบได้แต่น้อย มะเร็งชนิดนี้พบประมาณร้อยละ 2.2 ของผู้ป่วยมะเร็งรายใหม่ทั้งหมด และพบในผู้ชายมากกว่าผู้หญิงประมาณ 2 เท่า (สถิติปี 2563)

สาเหตุ

ยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด เชื่อว่าเกี่ยวข้องกับปัจจัยหลายประการ ทั้งปัจจัยด้านกรรมพันธุ์ ปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อมและพฤติกรรม ปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญ ได้แก่

    ปัจจัยเสี่ยงที่พบบ่อยที่สุด คือ การติดเชื้อเอชไพโลไร (H.pylori/Helicobacter pylori) ของกระเพาะอาหาร ซึ่งทำให้เป็นโรคกระเพาะอาหารอักเสบเรื้อรัง (chronic gastritis) และแผลกระเพาะอาหาร พบว่ามากกว่าร้อยละ 60 ของผู้ที่เป็นมะเร็งกระเพาะอาหารจะมีประวัติการติดเชื้อดังกล่าว อย่างไรก็ตาม ผู้ที่ติดเชื้อเอชไพโลไรมีเพียงส่วนน้อย (ประมาณร้อยละ 2) ที่จะเป็นมะเร็งกระเพาะอาหาร เชื่อว่าการเกิดมะเร็งชนิดนี้มีปัจจัยเกี่ยวข้องกับสายพันธุ์ของเชื้อ ปัจจัยด้านปัจเจกบุคคลและสิ่งแวดล้อม

    ปัจจัยเสี่ยงที่พบบ่อยอื่น ๆ ได้แก่ การสูบบุหรี่, การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จัด (วันละมากกว่า 3 ดื่มมาตรฐาน หรือมากกว่าปริมาณแอลกอฮอล์บริสุทธิ์ 30 กรัม), การกินเนื้อสัตว์หมักเกลือ (เช่น ปลาเค็ม เนื้อเค็ม) เนื้อสัตว์รมควันหรือใส่ดินประสิว (เช่น ไส้กรอก แหนม กุนเชียง เป็นต้น), การกินเนื้อแดง (เนื้อวัว หมู) โดยการปิ้งย่าง, การกินของหมักดอง, การกินผักและผลไม้น้อย, ภาวะน้ำหนักเกินหรืออ้วน

    ปัจจัยด้านกรรมพันธุ์ พบว่าประมาณร้อยละ 10 ของผู้ที่เป็นมะเร็งกระเพาะอาหาร มีประวัติมีพ่อแม่พี่น้องหรือญาติสายตรงเป็นมะเร็งกระเพาะอาหาร

    ปัจจัยอื่น ๆ ที่อาจพบได้ เช่น การมีติ่งเนื้อเมือก (stomach polyps) ที่กระเพาะอาหาร, การมีประวัติเป็นโรคโลหิตจางชนิดร้ายแรง (pernicious anemia) ซึ่งเกิดจากภาวะขาดวิตามินบี 12, การมีประวัติเคยผ่าตัดกระเพาะอาหารมาก่อน

อาการ

ระยะแรกเริ่มจะไม่มีอาการแสดงใด ๆ ต่อมาเมื่อก้อนมะเร็งโตขึ้นก็จะมีอาการปวดท้อง อาหารไม่ย่อย เรอบ่อย ท้องอืด แน่นท้องตรงบริเวณใต้ลิ้นปี่หรือเหนือสะดือคล้ายโรคกระเพาะ รู้สึกอิ่มเร็วหลังกินอาหารปริมาณเพียงเล็กน้อย

ในช่วงแรกกินยารักษาโรคกระเพาะอาการก็ทุเลาได้ แต่ต่อมาจะไม่ได้ผลและมีอาการอื่นตามมา เช่น อ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย กลืนลำบาก เบื่ออาหาร ท้องผูกหรือท้องเดิน คลื่นไส้อาเจียน อาเจียนเป็นเลือด หรือถ่ายอุจจาระดำ น้ำหนักลด ซีด ดีซ่าน (ตาเหลือง) เป็นต้น


ภาวะแทรกซ้อน

เมื่อก้อนมะเร็งโตขึ้น ทำให้ทางเดินอาหารอุดกั้น (ปวดท้อง อาเจียน) มีเลือดออก (อาเจียนเป็นเลือด ถ่ายอุจจาระดำ โลหิตจาง)

มะเร็งมักลุกลามไปที่อวัยวะข้างเคียง ในช่องท้อง (ทำให้ปวดท้อง ท้องมาน) ต่อมน้ำเหลืองในช่องท้อง แอ่งเหนือไหปลาร้า และในระยะท้ายมักแพร่กระจายผ่านกระแสเลือดไปที่ปอด (เจ็บหน้าอก หายใจลำบาก), ตับ (เจ็บชายโครงขวา ตาเหลืองตัวเหลือง ท้องมาน), กระดูก (ปวดกระดูก กระดูกพรุน กระดูกหัก ปวดหลัง ไขสันหลังถูกกดทับ) และอาจไปที่สมอง (ปวดศีรษะมาก อาเจียนมาก เวียนศีรษะ บ้านหมุน เดินเซ แขนขาชาและเป็นอัมพาต ชัก)

การวินิจฉัย

แพทย์จะวินิจฉัยเบื้องต้นจากอาการ ประวัติการเจ็บป่วย และการตรวจร่างกาย ซึ่งมีสิ่งตรวจพบ ดังนี้

ระยะแรกมักตรวจไม่พบสิ่งผิดปกติ ระยะต่อมาอาจตรวจพบภาวะซีด ดีซ่าน (ตาเหลือง)

ในรายที่มีก้อนมะเร็งลุกลาม อาจคลำพบก้อนแข็งตรงบริเวณเหนือสะดือหรือใต้ชายโครง หรือตรวจพบต่อมน้ำเหลืองโตที่เหนือบริเวณไหปลาร้าข้างซ้าย ตับโต

แพทย์จะทำการวินิจฉัยให้แน่ชัด โดยเอกซเรย์กระเพาะอาหารโดยการกลืนแป้งแบเรียม การใช้กล้องส่องตรวจกระเพาะอาหาร (gastroscopy) และตัดชิ้นเนื้อนำไปตรวจทางห้องปฏิบัติการ การตรวจหาระดับสารบ่งชี้มะเร็ง (tumor marker) ได้แก่ สารซีอีเอ (carcinoembryonic antigen/CEA) ซึ่งมีส่วนช่วยในการวินิจฉัยและการติดตามผลการรักษา

หากพบว่าเป็นมะเร็งก็จะทำการตรวจเพิ่มเติมด้วยวิธีต่าง ๆ เช่น เอกซเรย์, อัลตราซาวนด์, เอกซเรย์คอมพิวเตอร์, การถ่ายภาพด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI), การตรวจเพทสแกน (PET scan) เป็นต้น เพื่อประเมินว่าเป็นมะเร็งระยะใด


การรักษาโดยแพทย์

แพทย์จะให้การรักษาด้วยการผ่าตัด และเคมีบำบัด ในรายที่เป็นมากอาจให้เคมีบำบัดรังสีบำบัด และ/หรือการใช้ยาแบบจำเพาะเจาะจงต่อเซลล์มะเร็ง (targeted therapy drugs)

ผลการรักษา ถ้าเป็นมะเร็งระยะแรก ๆ การรักษาได้ผลดี หรือหายขาดได้ (มีอัตราการรอดชีวิตเกิน 5 ปีประมาณร้อยละ 80-90)

แต่ผู้ป่วยส่วนใหญ่มักมาพบแพทย์เมื่อมีอาการในระยะท้าย ๆ ซึ่งมะเร็งแพร่กระจายไปยังอวัยวะอื่นแล้ว การรักษามักได้ผลไม่ดี มักมีชีวิตอยู่ได้นานสักระยะหนึ่ง (มีอัตราการรอดชีวิตเกิน 5 ปีประมาณร้อยละ 20-40)


การดูแลตนเอง

หากสงสัย เช่น มีอาการปวดแน่นท้องตรงบริเวณใต้ลิ้นปี่หรือเหนือสะดือคล้ายโรคกระเพาะนานเกิน 2-4 สัปดาห์ หรือกินยารักษาโรคกระเพาะไม่ทุเลา, อาเจียนบ่อย, อาเจียนเป็นเลือด หรือถ่ายอุจจาระดำ, น้ำหนักลด เป็นต้น ควรปรึกษาแพทย์

เมื่อตรวจพบว่าเป็นมะเร็งกระเพาะอาหาร ควรดูแลตนเอง ดังนี้

    รักษา กินยา และปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์
    ติดตามรักษากับแพทย์ตามนัด
    หลีกเลี่ยงการซื้อยามากินเอง
    หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่และการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
    กินอาหารให้ครบ 5 หมู่ เน้นผัก ผลไม้ ธัญพืช โปรตีนที่มีไขมันน้อย (เช่น ปลา ไข่ขาว เต้าหู้ ผลิตภัณฑ์จากถั่วเหลือง)
    นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ และหาทางผ่อนคลายความเครียด
    ออกกำลังกายและทำกิจกรรมต่าง ๆ รวมทั้งงานอดิเรกที่ชอบ และงานจิตอาสา เท่าที่ร่างกายจะอำนวย
    ทำสมาธิ เจริญสติ หรือสวดมนต์ภาวนาตามหลักศาสนาที่นับถือ
    ถ้ามีโอกาสควรหาทางเข้าร่วมกิจกรรมของกลุ่มเพื่อนช่วยเพื่อน หรือกลุ่มมิตรภาพบำบัด
    ผู้ป่วยและญาติควรหาทางเสริมสร้างกำลังใจให้ผู้ป่วย ยอมรับความจริง และใช้ชีวิตในปัจจุบันให้ดีและมีคุณค่าที่สุด
    ถ้าหากมีเรื่องวิตกกังวลเกี่ยวกับโรคและวิธีบำบัดรักษา รวมทั้งการแสวงหาทางเลือกอื่น (เช่น การใช้สมุนไพร ยาหม้อ ยาลูกกลอน การนวด ประคบ การฝังเข็ม การล้างพิษ หรือวิธีอื่น ๆ) ควรขอคำปรึกษาจากแพทย์ และทีมสุขภาพที่ดูแลประจำและรู้จักมักคุ้นกันดี

ควรกลับไปพบแพทย์ก่อนนัด ถ้ามีลักษณะข้อใดข้อหนึ่ง ดังต่อไปนี้

    มีอาการไม่สบายหรืออาการผิดปกติ เช่น มีไข้ อ่อนเพลียมาก หอบเหนื่อย หายใจลำบาก ชัก แขนขาชาหรืออ่อนแรง ซีด มีเลือดออก ปวดท้อง ท้องเดิน อาเจียน เบื่ออาหารมาก กินไม่ได้ ดื่มน้ำไม่ได้ เป็นต้น
    ขาดยาหรือยาหาย
    ในรายที่แพทย์ให้ยากลับไปกินที่บ้าน ถ้ากินยาแล้วสงสัยเกิดผลข้างเคียงจากยา เช่น มีลมพิษ ผื่นคัน ตุ่มพุพอง ตาบวม ปากบวม ปวดท้อง ท้องเดิน คลื่นไส้ อาเจียน หรือมีอาการผิดปกติอื่น ๆ


การป้องกัน

มีวิธีปฏิบัติเพื่อลดความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งกระเพาะอาหาร ดังนี้

    ไม่สูบบุหรี่
    หลีกเลี่ยงการดื่มสุราจัด หากจะดื่มควรดื่มเป็นบางครั้งบางคราว ในปริมาณเล็กน้อย (1 ดื่มมาตรฐานสำหรับผู้หญิง หรือ 2 ดื่มมาตรฐานสำหรับผู้ชาย ต่อวัน)
    หลีกเลี่ยงการกินปลาเค็ม เนื้อเค็ม ผักดอง เนื้อสัตว์รมควันหรือใส่ดินประสิว เนื้อแดงที่ปิ้งย่าง
    กินผักและผลไม้ให้มาก ๆ
    หมั่นออกกำลังกายเป็นประจำ
    ควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ
    ถ้าพบว่ามีการติดเชื้อเอชไพโลไรของกระเพาะอาหารควรรักษาให้หายขาด

ข้อแนะนำ

1. ผู้ที่มีความเสี่ยงสูง เช่น มีประวัติโรคนี้ในครอบครัว ควรปรึกษาแพทย์เพื่อพิจารณาใช้กล้องส่องตรวจกระเพาะอาหารตรวจกรองมะเร็งตั้งแต่ก่อนจะมีอาการ หากพบว่าเป็นมะเร็งกระเพาะอาหารระยะแรก การรักษาจะได้ผลดี มีอายุยืนยาว

2. ผู้ที่มีอาการปวดจุกแน่นท้อง หรือมีอาการของโรคกระเพาะเรื้อรังหรือกำเริบบ่อย หรือกินยารักษาโรคกระเพาะแล้วไม่ทุเลา หรือทุเลาในระยะแรกแล้วต่อมายาที่กินกลับไม่ได้ผล หรือมีอาการครั้งแรกเมื่ออายุมากกว่า 40 ปี ควรไปพบแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุให้แน่ชัด

3. ปัจจุบันมีวิธีบำบัดรักษาโรคมะเร็งใหม่ ๆ ที่อาจช่วยให้โรคหายขาดหรือทุเลา หรือช่วยให้มีคุณภาพชีวิตดีขึ้น ผู้ป่วยจึงควรติดต่อรักษากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโรคมะเร็ง มีความมานะอดทนต่อผลข้างเคียงของการรักษาที่อาจมีได้ อย่าเปลี่ยนแพทย์ เปลี่ยนโรงพยาบาลโดยไม่จำเป็น หากสนใจจะแสวงหาทางเลือกอื่น (เช่น การใช้สมุนไพร หรือวิธีอื่น ๆ) ควรขอคำปรึกษาจากแพทย์และทีมสุขภาพที่ดูแลประจำและรู้จักมักคุ้นกันดี

หน้า: [1] 2 3 ... 28






















































อยากขายของดี
ขายของออนไลน์ยังไงให้มีคนซื้อ
ขายสินค้าไม่สต๊อกสินค้า
เริ่มขายของออนไลน์
รับทำ seo ด่วน
smf โพสฟรี
smf ขายของออนไลน์อะไรดี
smf โพสฟรี
แคปชั่นแม่ค้าออนไลน์ โพสฟรี
โพสฟรีแคปชั่นโพสขายของยังไงให้ปัง
smf แคปชั่นแม่ค้าออนไลน์
ขายของให้ออร์เดอร์เข้ารัว ๆ
smf โพสต์เรียกลูกค้า
โพสต์เรียกลูกค้าโพสฟรี
smf ขายของออนไลน์ให้ปัง
smf โพสต์ขายของ
smf เขียนโพสขายของโดนๆ
แคปชั่นเปิดร้าน โพสฟรี
smf วิธีโพสขายของให้น่าสนใจ
วิธีเพิ่มยอดขาย โพสฟรี
smf เทคนิคเพิ่มยอดขาย
ขายของออนไลน์ยังไงให้มีคนซื้อ
smf เริ่มต้นขายของออนไลน์
ไอ เดีย การขายของออนไลน์
เว็บขายของออนไลน์
เริ่ม ขายของออนไลน์ โพสฟรี
อยากขายของออนไลน์ smf
โพสขายของยังไงให้มีคนซื้อ
smf โพสขายของแบบไหนดี
smf ขายของออนไลน์ที่ไหนดี
เทคนิคการโพสต์ขายของ
smf โพสต์ขายของให้ยอดขายปัง
โพสต์ขายของให้ยอดขายปังโพสฟรี
smf ขายของในกลุ่มซื้อขายสินค้า
ไม่รู้จะขายอะไรดี

เพิ่มยอดขายให้เข้าเป้า
โปรโมทผลักดันยอดขาย
โปรโมทแผนการเพิ่มยอดขายให้ได้ผล
โปรโมทวิธีการวางแผนการเพิ่มยอดขาย
มีลูกค้าเพิ่ม - YouTube
ผลักดันยอดขายโปรโมทฟรี
ประกาศฟรีเพิ่มยอดขาย
ลงประกาศเพิ่มยอดขาย
ฝากร้านฟรีเพิ่มยอดขาย
ลงประกาศฟรีใหม่ ๆ เพิ่มยอดขาย
เว็บประกาศฟรีเพิ่มยอดขาย
Post ฟรี
ประกาศขายของฟรี
ประกาศฟรี
โพส SEO
ลงโฆษณาฟรี
โปรโมทเพจร้านค้า
โปรโมทกระตุ้นยอดขาย
โปรโมทฟรีออนไลน์กระตุ้นยอดขาย
โพสกระตุ้นยอดขาย
วิธีกระตุ้นยอดขาย เซลล์
วิธีแก้ปัญหายอดขายตก
เริ่มต้นขายของ
แหล่งรับของมาขายออนไลน์
ขายของออนไลน์อะไรดี
อยากขายของออนไลน์
ยอดขายไม่ดีควรทำอย่างไร
ยอดขายตกเกิดจากอะไร
ทำไมต้องเพิ่มยอดขาย
ขายฟรี
ยอดการขาย คืออะไร
กลยุทธ์เพิ่มยอดขาย
โพสฟรีการกระตุ้นยอดขาย
เว็บบอร์ดฟรี
โปรโมทฟรี

กลยุทธ์การหาลูกค้าใหม่
ทํายังไงให้ขายของดี ออนไลน์
วิธีการหาลูกค้าของ sale
ทำ SEO ติด Google
ต้องการขาย
ปล่อยเช่า บ้าน คอนโด ที่ดิน
ขายบ้าน คอนโด ที่ดิน
ประกาศฟรี ไม่มี หมดอายุ
เว็บประกาศฟรี ติดอันดับ
ฝากร้านฟรี โพ ส ฟรี
ลงประกาศฟรี กรุงเทพ
ลงประกาศฟรี ทั่วไทย
ลงประกาศโฆษณาฟรี
ลงประกาศฟรี 2023
รวมเว็บลงประกาศฟรี
วิธีหาลูกค้ากลุ่มเป้าหมาย
การหาลูกค้าใหม่ รักษาลูกค้าเก่า
ช่องทางการเข้าถึงลูกค้า
เพิ่มฐานลูกค้าใหม่
รวมเว็บลงประกาศฟรี ล่าสุด
รวมเว็บประกาศฟรี
โพสต์ขายของฟรี
ลงโฆษณาสินค้าฟรี
โฆษณาฟรี
ประกาศฟรี
เว็บฟรีไม่จำกัด
ลงประกาศขาย
เว็บฟรียอดนิยม
โพสโฆษณา
ประกาศขายของ
ประกาศหางาน
บริการ แนะนำเว็บ
ลงประกาศ
รวมเว็บประกาศฟรี
รวมเว็บซื้อขาย ใช้งานง่าย
ลงประกาศฟรี ทุกจังหวัด

โพสขายสินค้าตรงกลุ่มเป้าหมาย
โฆษณาเลื่อนประกาศได้
ขายของออนไลน์
แนะนำ 6 วิธีขายของออนไลน์
อยากขายของออนไลน์
เริ่มต้นขายของออนไลน์
ขายของออนไลน์ เริ่มยังไง
ชี้ช่องขายของออนไลน์
การขายของออนไลน์
สร้างเว็บฟรีประกาศ
เว็บบอร์ด โพสต์ฟรี
ลงประกาศ ซื้อ-ขาย ฟรี
ชุมชนคนไอทีขายสินค้า
ลงประกาศฟรีใหม่ๆ 2023
โปรโมทธุรกิจฟรี
ทําไงให้ลูกค้าเข้าร้านเยอะ ๆ
กลยุทธ์เพิ่มยอดขาย
เคล็ดลับขายของดี
ค้าขายไม่ดีทำอย่างไรดี
งานโพสโปรโมทงาน
ทํายังไงให้ขายของดี ออนไลน์
รวม SMFขายสินค้า
ประกาศฟรีออนไลน์
ลงประกาศ สินค้า
ลงประกาศฟรี เว็บบอร์ด
เว็บบอร์ดขายสินค้าฟรี
ฟรี เว็บบอร์ด แรงๆ
โปรโมทสินค้าฟรี
แจกฟรี รายชื่อเว็บลงประกาศฟรี
โปรโมท Social
โปรโมท youtube
แจกฟรี รายชื่อเว็บ
แจกฟรีโพสเว็บบอร์ดsmf
เว็บบอร์ดsmfโพสฟรี
รายชื่อเว็บบอร์ดขายสินค้าฟรี
หากลยุทธ์เพิ่มยอดขาย